ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
นาคราชนั้นแล้ว บีบรัดเข้ากับภูเขาสิเนรุ นาคราชบังหวนควันแล้ว แม้พระเถระกล่าวว่า “ชีใช่ว่าการบังหวนควันจะมีแต่ในศีรษะของท่านเท่านั้น ควันในศีรษะของเราก็มีเหมือนกัน” ดังนี้ จึงบังหวนควันตอบไปบ้าง ควันของนาคราชไม่ได้เป็นอันตรายแก่พระเถระเลย แต่ควันของพระเถระเป็นอันตรายต่อนาคราช แต่นั้น นาคราชจึงโพลงเป็นไฟขึ้น แม้พระเถระก็กล่าวว่า “ไฟมิใช่จะมีในศีรษะของท่านอย่างเดียวเท่านั้น ไฟในศีรษะของเราก็มี” ดังนี้ จึงโพลงเป็นไฟขึ้นแล้ว ไฟของนาคราชไม่ทำอันตรายแก่พระเถระได้ แต่ไฟของพระเถระทำอันตรายแก่นาคราชได้ นาคราชจึงคิดว่า “นาคราชนี้บีบเรากับภูเขาสิเนรุแล้ว บังหวนควันและโพลงเป็นไฟขึ้นก็ได้” จึงซักถามว่า “แม่นะพ่อ พ่อเป็นใครกันนะ” พระมหาโมคคัลลานะจึงตอบว่า “นันทะ เราคือโมคคัลลานะ” “ท่านเอ๋ย ขอท่านจงตั้งอยู่โดยความเป็นภิกษุของตนเถิด” พระเถระละอัตภาพนั้นแล้ว เข้าไปโดยช่องหูขวาของนาคราชนั้นแล้วออกโดยช่องหูซ้าย เข้าไปโดยช่องหูซ้ายออกโดยช่องหูขวา เข้าไปโดยช่องจมูกขวาแล้วออกโดยช่องจมูกซ้าย เหมือนเช่นนั้น เข้าไปโดยช่องจมูกซ้ายออกโดยช่องจมูกขวา ขณะนั้นนาคราชจึงอ้าปาก พระเถระเข้าไปทางปากแล้วเดินจงกรมอยู่ภายในท้อง โดยทิศปราจีนและทิศปัจฉิม พระผู้มีพระภาคจึงทรงเตือนว่า “โมคคัลลานะ จงใส่ใจระวังเถิดว่า นาคราชตัวนี้มีฤทธิ์มาก” พระเถระจึงทูลว่า “พระเจ้าข้า อภิญญาทั้ง ๔ ข้าพระองค์ก็อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยานได้แล้ว ทำให้มั่นคงแล้ว ตามตั้งไว้แล้ว ไม่สุกแล้ว ปรารภดีแล้วพระเจ้าข้า เพียงแต่นันโทปนันทนาคราชเท่านั้น สบายสัตว์ได้ นาคราชเช่นนันโทปนันทะตั้งพันตั้งแสน ข้าพระองค์ก็ยังทรมานได้เลย”
ฝ่ายนาคราชก็คิดว่า “สมณะรูปนี้ เวลาเข้าไปเราไม่ทันได้เห็นก่อน เอาเกิดในเวลาออกมา เราจักงับสมณะนั้น เคี้ยวเสียให้อยู่ในระหว่างฟันในบัดนี้” ดังนี้แล้ว จึงแสร้งพูดว่า “ท่านเจ้าข้า นิมนต์ออกมาเถิด อย่าเที่ยวเดินไป ๆ มา ๆ อยู่ในท้องจนทำให้ข้าพเจ้าลำบากเลย” พระเถระได้ออกมายืนข้างนอกแล้ว นาคราชเห็นแล้วฉุกคิดว่า “พระสมณะรูปนี้ คือท่านองค์นั้น” จึงพ่นลมออกทางจมูก พระเถระเข้าจุดตกลงมาแล้ว แม้แต่ขุมขนของพระเถระนั้น ลมก็ไม่สามารถจะให้หวั่นไหวได้ นัยว่า พวกภิกษุที่เหลือก็อาจทำปาฏิหาริย์ทุกอย่างได้ตั้งแต่ต้น แต่เมื่อถึงที่นี้จักไม่อาจเป็น