visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 703 | >>

ชวนะ ๔ หรือ ๕ ดวงที่ดวงต้นเป็นกามาวจรมีนามว่าบริกรรมเป็นต้น ดวงสุดท้ายเป็นอัปปนาจิต นับเนื่องในจตุตถฌานชั้นรูปาวจร ตามนัยที่กล่าวมาแล้วในก่อน ทำนามรูปนั้นแหละให้เป็นอารมณ์ย่อมแล่นไป ในเวลานั้นญาณร่วมกับจิตนั้นอันใด ย่อมเกิดแก่ภิกษุนั้น ญาณนี้ชื่อว่าปุพเพนิวาสานุสติญาณ พระโยคีย่อมระลึกถึงปุพเพสันนิวาสได้หลายอย่าง ด้วยสติอันสัมปยุตด้วยญาณนั้น นี้คืออะไร ? คือนึกถึงปุพเพสันนิวาสมีหลายอย่างพร้อมทั้งอาการและพร้อมทั้งอุเทศดังบรรยายมานี้ตลอดชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง ฯลฯ ฉะนี้แล

[๔๐๔] ในบทเหล่านั้น บทว่า ตลอดชาติหนึ่งบ้าง คือนึกได้ซึ่งขันธ์สันดานอันนับเนื่องในภพหนึ่ง ซึ่งมีปฏิสนธิเป็นต้นมีจุติเป็นปริโยสาน แม้ในคำเป็นต้นว่า สองชาติ ก็มีนัยอย่างนี้เหมือนกัน ก็ในคำเป็นต้นว่า ตลอดสังวัฏฏกัปเป็นอเนก มีอธิบายว่า กัปที่เสื่อมอยู่พึงทราบว่าสังวัฏกัป กัปที่เจริญพึงทราบว่าวิวัฏกัป ในกัปทั้ง ๒ นั้น สังวัฏภูมิอริยสัตว์ท่านกำหนดถือเอาด้วยสังวัฏกัป เพราะเหตุไร ? เพราะมีสังวัฏกัปนั้นเป็นมูล ส่วนวิวัฏภูมิอริยสัตว์ท่านกำหนดด้วยวิวัฏกัป ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ อสงไขยกัปเหล่าใดซึ่งตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย อสงไขยแห่งกัป ๔ อย่างเหล่านี้ ๔ อย่างเป็นไฉน ? คือสังวัฏอสงไขย ๑ สังวัฏฏฐายีอสงไขย ๑ วิวัฏอสงไขย ๑ วิวัฏฏฐายีอสงไขย ๑ ดังนี้ อสงไขยเหล่านั้นย่อมเป็นอันพระองค์กำหนดไว้ดีแล้ว

เหตุอสงไขยสลาย

ในอสงไขยเหล่านั้น มีเหตุสลาย ๓ อย่างคือ อาโปสังวัฏฏะ สลายเพราะน้ำ ๑ เตโชสังวัฏฏะ สลายเพราะไฟ ๑ วาโยสังวัฏฏะ สลายเพราะลม ๑

แดนของสังวัฏฏะถึงความสลาย มี ๓ ชั้น คือพรหมโลกชั้นอาภัสสรา ๑ พรหมโลกชั้นสุภกิณหา ๑ พรหมโลกชั้นเวหัปผลา ๑ ก็เมื่อใดกัปย่อมย่อยยับไป เพราะไฟ โลกย่อมถูกไฟไหม้ภายใต้แต่ชั้นอาภัสสราพรหมลงมา เมื่อใดกัปย่อมย่อยยับไปเพราะน้ำ โลกย่อมถูกน้ำละลายภายใต้แต่ชั้นสุภกิณหาพรหมลงมา เมื่อใดกัปย่อยยับไปเพราะลม โลกย่อมถูกลมพัดกระจัดกระจาย ภายใต้แต่ชั้นเวหัปผลาพรหมลงมา แต่เมื่อว่าโดยพิสดาร สิ้นเขตแห่งพระพุทธเจ้ายุคหนึ่ง กัปก็ย่อมยิบหายไปแม้ทุกเมื่อไป

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka