visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 705 | >>

มีคำถามสอดเข้ามาว่า - สัตว์โลกผู้ไม่ได้ฌานจะไปบังเกิดในพรหมโลกไม่ได้กับบรรดาสัตว์เหล่านี้ บางพวกก็แร้นแค้นอดอยากเพราะข้าวแพง บางพวกก็ไม่ควรเพื่อบรรลุฌาน อย่างนี้แล้ว สัตว์เหล่านั้นจะไปบังเกิดในพรหมโลกนั้นได้อย่างไร ?

ตอบว่า - เกิดได้ด้วยอำนาจฌานที่ตนได้ไว้แล้วในเทวโลก จริงอยู่ ในกาลนั้นพวกเทวดาชั้นกามาวจร กลุ่มที่ชื่อว่าโลกพยหะ กระบวนการกู้โลก ทราบว่าโดยล่วงไปได้แสนปี ความสิ้นกัปจักมี ดังนี้ แล้วปล่อยเศียรโมกขะผ้าสยายผมไม่กล้าตกแต่ง ร้องไห้น้ำตานองหน้า เอามือเช็ดน้ำตา นุ่งผ้าสีแดง ทรงเพศแปลกประหลาดยิ่งนัก เที่ยวร้องบอกไปในถิ่นมนุษย์อย่างนี้ว่า “ชาวเราเอ๋ย จากนี้ล่วงไปแสนปี กัปจักสิ้นไป โลกนี้จักยิบหาย น้ำในทะเลหลวงจักแห้ง และมหาปฐพีทั้งขุนเขาสิเนรุก็จักถูกไฟไหม้พินาศไปหมด ความพินาศจักเกิดมีจนกระทั่งพรหมโลก ชาวเราเอ๋ย พวกท่านจงเจริญเมตตา จงเจริญกรุณา จงเจริญมุทิตา จงเจริญอุเบกขา จงบำรุงมารดา จงบำรุงบิดา และจงเป็นผู้อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองให้เป็นประจำเถิด” พวกมนุษย์และกุมภเทวดาโดยส่วนมาก ที่ได้ยินคำเตือนของเทวดาเหล่านั้นแล้วเกิดความสลดใจเป็นอย่างมาก มีจิตเอ็นดูต่อกันและกัน พากันทำบุญมีการเจริญเมตตาเป็นต้น พอสิ้นชีพก็ได้ไปเกิดในเทวโลก บริโภคสุทธาโภชน์อันเป็นทิพย์ยืนเทวโลกนั้น แล้วทำการบริกรรมวาโยกสิณ มีโอกาสได้ฌาน ส่วนพวกสัตว์อื่นจากนั้น คือ พวกอบายไปเกิดในเทวโลกได้ด้วยอปราปริยเวทนียกรรม ตามธรรมดาแล้วสัตว์ผู้ท่องเที่ยวไปในสงสารจะเว้นขาดจากอปราปริยเวทนียกรรมย่อมไม่มี ถึงสัตว์เหล่านั้น ก็ย่อมมีโอกาสที่จะได้ฌานในเทวโลกนั้น ๆ เหมือนกัน สัตว์ทั้งหมดย่อมไปเกิดในพรหมโลกได้ด้วยอำนาจฌานที่ได้แล้วในเทวโลก ด้วยประการฉะนี้แล

อนึ่ง นับตั้งแต่ฝนไม่ตกลงมาโดยเวลาที่ล่วงไปอันยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๒ ก็เกิดขึ้น สมดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้นมีอยู่ดังนี้เป็นต้น นักปราชญ์ดูวรรณสดัสตรีสูตร ประกอบให้พิสดารเถิด ก็แลเมื่อพระอาทิตย์ดวงที่ ๒ นั้นปรากฏขึ้นแล้ว การกำหนดว่ากลางคืนหรือกลางวันก็มิได้รู้กันเลย พระอาทิตย์ดวงหนึ่งโผล่ขึ้น ดวงหนึ่งก็ตก โลกจึงมิได้ขาดจากแสงแผดเผาแห่งพระอาทิตย์เลย ก็ในพระอาทิตย์ปกตีย่อมมีสุริยเทพบุตร ฉันใด ในพระอาทิตย์

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka