ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ที่ทำกัปให้พินาศไม่มีเหมือนอย่างนั้น ในพระอาทิตย์ย์ ๒ ดวงนั้น เมื่อพระอาทิตย์ปกติเป็นไปอยู่ เมฆก็ดี เปลวควันก็ดีย่อมลอยไปในอากาศ ครั้นพระอาทิตย์ที่ทำกัปให้พินาศเป็นไป ท้องฟ้าปราศจากเมฆและหมอกใสไม่มัว ดูดวงแว่นส่องหน้า เว้นแม่น้ำ ๕ สายคือ คงคา, ยมุนา, สรภู, อจิรวดี, มหิ เสียแล้ว น้ำในแม่น้ำที่เหลือมีแม่น้ำน้อยเป็นต้น ย่อมเหือดแห้งไป ต่อจากนั้นโดยล่วงไปเป็นเวลานานนับแสนนานพระอาทิตย์ดวงที่ ๓ จึงเกิดผุดขึ้น เพราะเหตุที่ปรากฏแล้วเท่านั้น ถึงแม่น้ำใหญ่ก็เหือดแห้งไปได้ จากนั้นผ่านไปเป็นเวลานาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๔ จึงผุดขึ้น เพราะเหตุที่ปรากฏแล้วนั้น สระใหญ่ ๗ สระเหล่านี้ คือสระสีหปาตะ ๑, หังสปาตะ ๑, กัณณมุณฑะ ๑, รถการทหะ ๑, อโนตัตตทหะ ๑, ฉัททันตทหะ ๑, กุณาลทหะ ๑ ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำมหานทีในป่าหิมพานต์ก็ย่อมเหือดแห้ง ผ่านจากนั้นไปเป็นเวลานาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๕ ก็ผุดโผล่ขึ้น พอโผล่ขึ้นแล้วน้ำในมหาสมุทร ย่อมไม่มีเหลือเลย แม้แต่เพียงจะเปียกข้อมือ โดยล่วงไปแห่งกาลนานยืดยาว แต่นั้นพระอาทิตย์ดวงที่ ๖ ก็ผุดโผล่ขึ้นแล้ว จักรวาลทั้งสิ้นก็เกิดเป็นกลุ่มควันตลบไปหมด ยางคืออาปราโชฎุก็หมดไปเพราะถูกควันรม ก็จักรวาลนี้เป็นฉันใด แม้จักรวาลตั้งแสนโกฏิก็เป็นฉันนั้น จากเวลานั้นผ่านไปเป็นเวลายาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ก็ผุดโผล่ขึ้น พอผุดโผล่ขึ้นแล้วจักรวาลทั้งสิ้นก็มีเปลวเป็นอันเดียวกันพร้อมทั้งแสนโกฏิจักรวาล ยอดเขาสิเนรุอันมีขนาดประมาณตั้ง ๑๐๐ โยชน์เป็นต้น ก็พึงพินาศควันตราบไปในอากาศนั่นเอง เปลวไฟก็ลุกขึ้นติดไหม้ชั้นจาตุมหาราช พอไหม้วิมานทอง, วิมานรัตนะ, วิมานแก้วมณีในชั้นจาตุมหาราชแล้ว ก็ไหม้ตัดชั้นดาวดึงส์ โดยอุบายนี้แล จึงติดไหม้ตลอดไปถึงภูมิปรุมนาน ไหม้พรหมโลกทั้ง ๓ ในภูมิปรุมนานนั้นแล้วลุกขึ้นไปติดอากัสสพรหมย่อย เปลวไฟนั้นยังมีเชื้ออยู่แม้ประมาณเท่าลอนหนึ่งเพียงใด ก็ไม่ดับไปเพียงนั้น ก็เพราะเชื้อทุกอย่างสิ้นสูญ ย่อมดับไปไม่เหลือจนชั้นเก้าถ่านดุจเปลวไฟไหม้เนยใสและน้ำมัน ฉะนั้น อากาศเบื้องบนพร้อมกับอากาศเบื้องล่างได้มืดมิดสนิทไปหมด
[๔๐๖] ต่อจากนั้นล่วงไปเป็นเวลานาน มีมหาเมฆตั้งขึ้นย่อมฝนละเอียดให้ตกในชั้นแรก หลั่งอยู่ทางท่อธารมีประมาณเท่าก้านบัว, ไม้เท้า, สาก และประมาณเท่าลำตาลเป็นต้น โดยลำดับ ทำที่ที่ไฟไหม้ทั้งหมดในแสนโกฏิจักรวาลให้เต็มแล้วจึงหายไป ลมพัดอุ้มน้ำนั้นไว้ข้างล่างและข้างขวาง จนทำให้น้ำนั้นงวดเป็นแท่ง น้ำนั้นกลับเป็นก้อนคล้ายกับหยาดน้ำมันไปบัวฉะนั้น