ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ได้ถ่ายมูตรและกรีสออกมา ความเป็นชายก็ปรากฏแก่ชาย ความเป็นหญิงก็ปรากฏแม้แก่หญิง เล่ากันว่า ในเวลานั้น หญิงเพ่งเล็งดูชายเกินขอบเขต และชายก็เพ่งเล็งดูหญิงจนเกินขอบเขต อาศัยการเพ่งเล็งของชายและหญิงเหล่านั้นเป็นต้นเหตุความต้องการอันเร่าร้อนในกามารมณ์ย่อมเกิดขึ้น แต่นั้นจึงคบคู่เสพสุขอยู่ด้วยกัน ชนเหล่านั้นถูกพวกวิญญูชนตำหนิติเตียนขัดขวางอยู่ เพราะการเสพอสัทธรรมเป็นต้นเหตุ จึงได้ปลูกสร้างเรือนเพื่อจะปกปิดอสัทธรรมนั้น
ชนเหล่านั้นอยู่ครองเรือนต่อมา ก็ได้อาเยี่ยงอย่างสัตว์ผู้มีสันดานเกียจคร้านผู้หนึ่งเข้า จึงได้พากันทำการสั่งสมทัพพสัมภาระต่าง ๆ ไว้ ตั้งแต่นั้นมาทั้งรำทั้งแกลบ ก็เกิดหุ้มเมล็ดข้าวสาร แม้ที่ที่ตนเกี่ยวแล้วก็ไม่งอกขึ้นอีก พวกเขาจึงประชุมปรับทุกข์กันว่า “ชาวเราเอ๋ย ธรรมอันลามกเกิดปรากฏขึ้นในหมู่สัตว์เสียแล้วละหนอ เมื่อก่อนพวกเราคิดอยากได้อะไรก็สำเร็จดังใจคิด” ดังนี้ นักศึกษาพึงทำข้อความนี้ให้พิสดารตามเนื้อความที่ท่านได้กล่าวไว้ในอัคคัญญสูตรเถิด ต่อนั้นมาพวกเขาจึงได้ปักปันเขตแดนกัน จำเนียรกาลผ่านมายังมีสัตว์ผู้หนึ่งได้ถือเอาส่วนของผู้อื่นโดยที่เจ้าของมิได้ให้ ชนทั้งหลายจึงด่าว่าติเตียนบรุษนั้น ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๓ จึงตัดสินโทษประหารด้วยฝ่ามือก้อนดินและท่อนไม้เป็นต้น
เมื่อการลักทรัพย์ การทะเลาะ การพูดเท็จ และการจับท่อนไม้ขึ้นลงอาชญาเกิดขึ้นดังบรรยายมานี้ ชนเหล่านั้นจึงประชุมคิดกันว่า ถ้ากระไรเราพึงสมมติสัตว์ผู้หนึ่งบรรดาพวกเราซึ่งเป็นผู้ที่สามารถข่มคนที่ควรข่มได้ ตำหนิคนที่ควรตำหนิได้ ขับไล่คนที่ควรขับไล่ได้ โดยชอบธรรม และเราจะแบ่งส่วนแห่งข้าวสาลีให้แก่เขาผู้นั้น ก็เมื่อสัตว์ทั้งหลายทำการนัดหมายกันอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้แล เป็นพระโพธิสัตว์ในกัปนี้เป็นครั้งแรก เป็นผู้มีรูปร่างสง่าผ่าเผย, น่าดู, มีศักดิ์ใหญ่ยิ่ง, เต็มเปี่ยมพร้อมด้วยความรู้ความสามารถทำการปราบและปลอบได้ กำลังเดินอยู่ในหมู่สัตว์เหล่านั้นโดยสมัยนั้น เขาทั้งหลายจึงเข้าไปหาพระโพธิสัตว์นั้น อ้อนวอนให้ท่านรับตำแหน่ง แล้วจึงสมมติ (แต่งตั้ง) ขึ้น พระโพธิสัตว์นั้นปรากฏโดยพระนามมี ๓ นาม คือ ทรงพระนามว่า มหาสมมติ เพราะเป็นผู้ที่มหาชนนั้นสมมติขึ้นแล้ว ทรงพระนามว่า กษัตริย์ เพราะเป็นใหญ่แห่งการเกษตร (นา) ทั้งหลาย และทรงพระนาม