ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ประหานอายตนวินิพพะด้วยอาทีนวานุปัสสนา ประหานอัปปฏิสังขาด้วยปฏิสังขานุปัสสนา ประหานสังโยคานินิวสด้วยนิพพิทานุปัสสนา และประหานธรรมที่เป็นฝ่ายเศร้าหมองทั้งหลายตามสมควรแก่ญาณและมรรค ชื่อว่าศีลโดยนัยแห่งการประหาน.
ประหานกิเลสทั้งหลายที่อยู่ในฐานเดียวกันกับทิฏฐิด้วยโสดาปัตติมรรค ประหานกิเลสชั้นหยาบทั้งหลายด้วยสกทาคามิมรรค ประหานกิเลสชั้นละเอียดทั้งหลายด้วยอนาคามิมรรค ประหานกิเลสอย่างสิ้นเชิงด้วยอรหัตมรรค ชื่อว่าศีล ความงดเว้น ความจงใจ ความระวัง และความไม่ล่วงละเมิด ก็ชื่อว่าศีล.
ศีลเห็นปานดังนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เดือดร้อนแห่งจิต เป็นไปเพื่อปราโมทย์ เพื่อปีติ เพื่อปัสสัทธิ เพื่อสุข เพื่อสมาธิ เพื่อยถาภูตญาณทัสสนะ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความสำรอก เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน.
ในธรรม 5 อย่างนั้น ธรรมอะไร ๆ ที่ชื่อว่าประหานย่อมไม่มี เป็นแต่เพียงความเว้น ความไม่บังเกิดขึ้นแห่งบาปธรรมทั้งหลาย มีปาณาติบาตเป็นต้น มีประการดังกล่าวแล้ว.
โดยที่การประหานนั้น ๆ ย่อมเป็นการรองรับธรรมฝ่ายกุศล เพราะไม่กระทำความแกะกะ การประหานจึงเรียกว่าศีล เพราะความปกติ คือความรองรับและความดำรงอยู่โดยเรียบร้อย.
ศีล 5 อย่าง โดยแยกเป็นปหานศีลเป็นต้น ยุติด้วยประการฉะนี้.