visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 719 | >>

และนิพพาน หรือเพราะไม่มีความเจริญแห่งความสุขทั้งหลาย อบายนั้นเป็นที่ถึงทุกข์คือเป็นที่ทำนักแห่งทุกข์ เหตุนั้น จึงชื่อว่า ทุกติ อีกนัยหนึ่ง ชื่อว่า ทุกติ เพราะเป็นคติที่เกิดแล้วด้วยกรรมชั่ว เพราะเป็นผู้มากไปด้วยโทษ ผู้ทำชั่วย่อมตกไปในที่นั้นโดยปราศจากอำนาจกีดขวาง เหตุนั้น ที่นั้นจึงชื่อว่า วินิบาต หรือผู้ทำชั่วย่อมย่อยยับตกไปในที่นี้ มีองค์อวัยวะน้อยใหญ่แตกสลาย แม้เพราะเหตุนี้ จึงชื่อว่า วินิบาต ความเจริญทุรีย่อมด้วยความแช่มชื่นไม่มีในที่นี้ เหตุนั้นที่นี้จึงชื่อว่า นิรยะ อีกอย่างหนึ่ง ท่านแสดงถึงกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานด้วยศัพท์ว่า อปาย จริงอยู่ กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานชื่อว่า อปาย เพราะปราศจากสุคติ แต่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานนี้ไม่จัดเป็นทุกติ เพราะเป็นที่สมภพแห่งดิรัจฉานจำพวกที่มีกำลังใหญ่ เช่น นาคราชเป็นต้น ท่านแสดงถึงแหล่งที่อยู่ของเปรตไว้ด้วยศัพท์ว่า ทุกติ จริงอยู่ แหล่งที่อยู่ของเปรตนั้นได้ชื่อว่าอบายด้วยและชื่อว่าทุกติด้วย เพราะปราศจากสุคติและเพราะเป็นที่ถึงความทุกข์ แต่ก็มิใช่ว่าวินิบาต เพราะเปรตวิสัยนั้นไม่ได้ตกไปอย่างย่อยยับเช่นกับอสรกาย ท่านแสดงอสรกายไว้ด้วยศัพท์ว่า วินิบาต จริงอยู่ อสุรกายนั้นชื่อว่าอบายและทุกติตามความหมายที่ได้กล่าวไว้แล้ว และท่านเรียกว่า วินิบาตเพราะอสุรกายนั้นตกไปจากความเจริญแห่งสมบัติทุกประการ ท่านแสดงถึงนรกนั้นนั่นเองอันมีหลายอย่างเช่น อเวจีมหานรกเป็นต้น ด้วยศัพท์ว่า นรก คำว่า เข้าถึงแล้ว คือเข้าไปแล้ว อธิบายว่าเกิดเฉพาะแล้วในอบายเป็นต้นนั้น ฝ่ายนี้ที่นักศึกษาพึงทราบโดยปริยายที่ตรงกันข้ามจากฝ่ายชั่วที่กล่าวมาแล้วนั้นอีก ส่วนข้อความที่แปลกกัน มีดังต่อไปนี้

ก็ในที่นั้น ท่านสงเคราะห์แม้คติของมนุษย์ไว้ ด้วยศัพท์ คือ สุคติ ถึงเทวคติท่านก็สงเคราะห์อย่างเดียวกันด้วยศัพท์ว่า สวรรค์ ในบทเหล่านี้พึงทราบอรรถวิเคราะห์ดังต่อไปนี้ว่า ชื่อว่า สุคติ เพราะดำเนินไปอย่างงดงาม ชื่อว่า สวรรค์ เพราะภาวะที่เลิศด้วยดีด้วยอารมณ์มีรูปารมณ์เป็นต้น สวรรค์นั้นแม้ทั้งหมดท่านเรียกว่า โลก เพราะอรรถว่า มีอันจะต้องทรุดโทรมไป บทว่า ด้วยจักขุทิพย์อย่างนี้ทั้งหมด จัดเป็นคำสรุป ความย่อในคำเดิมนั้นว่า เห็นด้วยตาทิพย์อย่างนี้

[๔๑๒] ก็กุลบุตรผู้เริ่มบำเพ็ญความเพียรเพื่อต้องการจะเห็นอย่างนี้ พึงทำฌานมีอภิญญาเป็นบาท ซึ่งมีกสิณเป็นอารมณ์ ให้ควรแก่อภิหารโดยอาการทุกอย่างแล้ว พึงทำกสิณ ๓ ชนิดเหล่านี้ คือ เดโชกสิณ ๑ โอทาตกสิณ ๑ อาโลกกสิณ ๑ อย่างใดอย่างหนึ่งให้ใกล้ต่อการเกิดขึ้นแห่งทิพยจักษุญาณ พึงขยายทำอุปจารฌานให้เป็นโคจรแล้วพึงหยุดไว้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka