ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
อธิบายว่า ไม่พึงยังอัปปนาให้เกิดเป็นอารมณ์นั้น เพราะถ้าเธอให้อัปปนาเกิดขึ้นอารมณ์นั้นจะเป็นที่อาศัยแห่งฌานที่เป็นบาท ไม่เป็นที่อาศัยแห่งบริกรรมก็ในกสิณทั้ง ๓ เหล่านี้ อาโลกกสิณนั่นเท่านั้นประเสริฐกว่า เหตุนั้น พึงยังอาโลกกสิณนั้นหรือกสิณอย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดากสิณนอกจากนี้ให้เกิดขึ้น ตามนัยดังที่ได้กล่าวแล้วในกสิณนิเทศ แล้วพึงหยุดอยู่ในอุปจารฌานนั้นแหละก่อน จึงค่อยให้ขยายไป ก็แม้นัยแห่งการขยายฌานนี้ นักศึกษาพึงทราบได้จากที่ได้กล่าวไว้แล้วในกสิณนิเทศนั้นแล เธอจะพึงเห็นรูปในภายในฐานะที่ได้ขยายแล้ว ๆ ก็เมื่อพระโยคีนั้นเห็นรูปอยู่วาระแห่งบริกรรมย่อมผ่านพ้นไป แต่นั้น แสงสว่างแห่งอาโลกกสิณก็หายไป เมื่อแสงสว่างนั้นหายไปแล้ว แม้รูปก็จะไม่ปรากฏด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นพระโยคีนี้ก็จะต้องเข้าฌานที่เป็นบาทนั้นแหละบ่อย ๆ ออกจากฌานนั้นแล้วพึงแผ่แสงสว่าง แสงสว่างจะแจ่มจ้าอยู่ได้นานขึ้นโดยลำดับด้วยอาการอย่างนี้ ก็ในอธิการนี้ พระโยคีกำหนดที่มีประมาณเท่าใดว่า อาโลกธาตุ แสงสว่างจงมีอยู่ในที่นี้เถิด ดังนี้ แสงสว่างย่อมตั้งอยู่ในที่กำหนดแล้วนั้นแล แม้เธอจะนั่งดูอยู่ทั้งวันก็เห็นรูปได้ทั้งวัน กับบุรุษผู้เดินทางตลอดราตรีด้วยคบเพลิงหญ้า ย่อมเป็นข้ออุปมาในเรื่องนี้ได้
ได้ยินว่า ชายผู้หนึ่งใช้คบเพลิงหญ้าส่องทางเดินไปในเวลากลางคืน คบเพลิงนั้นของเขาหรี่ลง ทีนี้เองเขาจึงไม่รู้ชัดว่าทางเดินนั้นเรียบหรือขรุขระกันแน่ เขาจึงใช้วิธีการเขี่ยคบเพลิงนั้นที่แผ่นดิน ทำให้มันลุกโพลงขึ้นใหม่ พอคบเพลิงนั้นลุกโพลงขึ้นก็ได้ส่องแสงสว่างไสวมากกว่าเดิม เมื่อชายนั้นทำคบเพลิงที่หรี่ลงแล้วให้โพลงขึ้นใหม่อย่างนี้บ่อย ๆ พระอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นโดยลำดับ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเขาคิดว่า เราไม่ต้องใช้คบเพลิง จึงทิ้งคบเพลิงนั้นเสีย เดินไปได้จนตลอดวัน พึงทราบความหมายในข้ออุปมานั้นดังต่อไปนี้ แสงสว่างแห่งกสิณในเวลาบริกรรม เป็นดุจแสงสว่างแห่งคบเพลิง เมื่ออาโลกกสิณหายไปเพราะล่วงวาระแห่งการบริกรรมของพระโยคีผู้ผัดแลดูรูปอยู่จึงมองไม่เห็นรูป ดูอาการไม่เห็นที่เรียบและที่ขรุขระในเมื่อคบเพลิงหรี่ลง ฉะนั้น การเข้าบ่อย ๆ เปรียบเหมือนการพยายามเขี่ยคบเพลิงบ่อย ๆ ฉะนั้น การแผ่แสงสว่างให้มีกำลังกว่าเดิมของพระโยคีผู้ทำบริกรรมบ่อย ๆ ก็ดุจการทำคบเพลิงให้สว่างไสวกว่าเก่า ฉะนั้น การที่แสงสว่างอันแรงกล้าคงอยู่ตามที่กำหนดไว้ เปรียบดั่งการขึ้นไปแห่งพระอาทิตย์นั้นฉะนั้น การทิ้งแสงสว่างเล็กน้อยเสีย แลดูรูปด้วยแสงสว่างอันแจ่มจ้าทั้งวัน เปรียบดุจการทิ้งคบเพลิงเสีย แล้วเดินไปได้ทั้งวัน ในการเห็นรูปนั้น