ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
บัณฑิตพึงแสดงความเป็นไปแห่งอภิญญาญาณ ๗ ใน
อารัมมณเทศะ ๔ พระผู้มีพระภาคผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่ง
ใหญ่ได้ตรัสไว้แล้ว
นี่เป็นการแสดงในอารัมมณเทศะนั้น
จริงอยู่ หมวด ๓ แห่งอารมณ์ที่พระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ได้ตรัสไว้มี ๔ อย่าง ๔ อย่างเป็นไฉน ? คือ ปริตตารัมมณเทศะ หมวด ๓ แห่งปริตตารมณ์ ๑ มหัคคตารัมมณเทศะ หมวด ๓ แห่งมหัคคตารมณ์ ๑ อดีตารัมมณเทศะ หมวด ๓ แห่งอดีตารมณ์ ๑ และอัชฌัตตารัมมณเทศะ หมวด ๓ แห่งอัชฌัตตารมณ์ ๑
[๔๑๔] ในอภิญญาญาณเหล่านั้น อิทธิวิธีญาณเป็นไปในอารมณ์ ๗ คือ ปริตตารมณ์ ๑ มหัคคตารมณ์ ๑ อดีตารมณ์ ๑ อนาคตารมณ์ ๑ ปัจจุบันนารมณ์ ๑ อัชฌัตตารมณ์ ๑ พหิทธารมณ์ ๑
เป็นไปอย่างไร ? คือ อิทธิวิธีญาณนั้น เมื่อใดพระโยคีทำกายให้ถืออาศัยจิต ต้องการไปด้วยกายอันได้ปรากฏ จึงน้อมกายไปด้วยอำนาจของจิต รวบรวมวางรูปกายลงในมโนมัคคจิต เมื่อนั้นอารมณ์ที่ได้ด้วยการเข้าไปประกอบย่อมมี เพราะทำอธิบายอย่างนี้ อิทธิวิธีญาณนั้นจึงชื่อว่า ปริตตารมณ์ เพราะมีรูปกายเป็นอารมณ์ เมื่อใดพระโยคีทำจิตให้ถืออาศัยกาย ต้องการไปด้วยกายอันปรากฏ จึงน้อมจิตไปด้วยอำนาจแห่งกายที่รวบรวมจิต อันประกอบไปด้วยญาณที่เป็นบาทลงไว้ในรูปกาย เมื่อนั้นอารมณ์ที่ตนได้ด้วยการเข้าไปประกอบย่อมมี เพราะทำอธิบายดังว่ามานี้ อิทธิวิธีญาณนั้นจึงชื่อว่า มหัคคตารมณ์ เพราะมีมหัคคตจิตเป็นอารมณ์ อนึ่ง