ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
อิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์ทั้ง ๒ นั้น ปกแผ่ไปทั่วร่างของหญิงชายดังกายประสาทเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับจะกล่าวได้ว่า มันตั้งอยู่ในโอกาสที่กายประสาทตั้งอยู่ หรือว่ามันตั้งอยู่ในโอกาสที่กายประสาทมิได้ตั้งอยู่ก็ตาม ความปะปนกันก็ไม่มี ดังรูปกับรส เป็นต้น ฉะนั้น
[๔๗๙] ชีวิตินทรีย์ มีการตามรักษาสหชรูปที่เกิดร่วมกับตนเป็นลักษณะ มีการให้สหชรูปเหล่านั้นเป็นไปเป็นกิจ มีความดำรงไว้ได้ซึ่งสหชรูปเหล่านั้นนั่นแหละเป็นผล มีภูตรูปที่ตนจะพึงให้เป็นไปเป็นเหตุใกล้
ก็แล ชีวิตินทรีย์นั้น แม้เมื่อทำงาน มีลักษณะคือการตามรักษาเป็นต้นยังมีอยู่ ก็ย่อมตามรักษาสหชรูป แต่ในขณะที่สหชรูปที่ตนจะพึงตามรักษานั้นยังมีอยู่เท่านั้น ดุจน้ำรักษาดอกไม้ มีดอกอุบลเป็นต้นฉะนั้น อนึ่ง ย่อมรักษาธรรมที่เป็นปัจจุบันตามที่เป็นของของตน ดุจพระพี่เลี้ยง ก็ย่อมเลี้ยงพระกุมารที่ทรงกำเนิดมาเฉพาะหน้าแล้วตามหน้าที่ของตน อนึ่ง ชีวิตินทรีย์นั้นย่อมเป็นไปแต่โดยสัมพันธ์กับธรรมที่ตนให้เป็นไปเองเท่านั้น ดุจนายนเรือย่อมเป็นไปโดยผูกพันกับสิ่งที่ตนให้เป็นไปฉะนั้น มิได้เป็นไปเบื้องบนจากการแตกทำลาย เพราะไม่มีตนและสิ่งที่ตนจะพึงให้เป็นไปด้วย อนึ่ง ย่อมไม่ดำรงไว้ได้นานนักขณะ เพราะตัวเองก็กำลังแตกอยู่ เหมือนสีและน้ำมันกำลังสิ้น ย่อมไม่ดำรงเปลวประทีปไว้ได้ฉะนั้น แต่พึงเห็นว่าชีวิตินทรีย์นั้นมิใช่ไร้อานุภาพในการเลี้ยงรักษา การให้เป็นไป และการดำรงไว้ซึ่งสหชรูปนั้น เพราะชีวิตินทรีย์ยังกิจนั้น ๆ ให้สำเร็จในขณะตามที่กล่าวแล้ว
[๔๘๐] หทยวัตถุ เป็นที่อาศัยของมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุเป็นลักษณะ มีการรองรับธาตุเหล่านั้นไว้เป็นกิจ มีการแยกธาตุทั้งสองเป็นผล
หทยวัตถุ อาศัยโลหิตมีประการดังกล่าวแล้วในกายคตาสติภักได้อุปการะที่ภูตรูป ๔ ซึ่งมีหน้าที่ค้ำจุนไว้เป็นต้นทำให้มีฤดู จิต และอาหารอุปถัมภ์ภายใน คอยเลี้ยงรักษา ยังความเป็นวัตถุแห่งมโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ และธรรมอันอิงปฏิพัทธ์กับธาตุทั้งสองนั้น ให้สำเร็จ ตั้งอยู่ภายในแห่งหัวใจ