visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 752 | >>

รูป ๑

[๔๘๗] รูปทั้งปวงนั้น มีอย่างเดียว โดยนัยเป็นต้นว่า รูปเป็นนเหตุ (ไม่ใช่เหตุ) เป็นอนเหตุกะ (ไม่มีเหตุ) เป็นเหตุวิปยุต (ไม่ประกอบกับเหตุ) เป็นสัปปัจจยะ เป็นไปกับปัจจัย เป็นโลกิยะ (ถูกประกอบไว้ในโลก) เป็นสาสวะ (เป็นไปกับอาสวะ) เท่านั้น

รูป ๒

รูปมี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งหมวด ๒ คือ อัชฌัตติกะ รูปภายใน พาหิระ รูปภายนอก ๑ โอฬาริกะ รูปหยาบ สุขุม รูปละเอียด ๑ ทูเร รูปในที่ไกล สันติเก รูปในที่ใกล้ ๑ นิปผันนรูป รูปสำเร็จ คือสมบูรณ์ อนิปผันนรูป รูปไม่สำเร็จ คือไม่สมบูรณ์ ๑ ปสาทรูป รูปใส นปสาทรูป รูปไม่ใส ๑ อินทรียรูป รูปเป็นใหญ่ อนินทรียรูป รูปไม่เป็นใหญ่ ๑ อุปาทินนรูป รูปที่กรรมครอง อนุปาทินนรูป รูปที่กรรมมิได้ครอง ๑ เป็นต้น

ในรูปเหล่านั้น รูป ๕ อย่าง มีจักขุรูปเป็นต้น จัดเป็นอัชฌัตติกรูป เพราะเป็นไปเฉพาะอัตภาพ รูปที่เหลือ จัดเป็นพาหิรรูป เพราะเป็นไปภายนอกอัตภาพนั้น

รูป ๑๒ อย่าง คือรูป ๙ อย่าง มีจักขุรูปเป็นต้น มีรสรูปเป็นที่สุด กับธาตุ ๑ อย่าง เว้นอาโปธาตุ จัดเป็นโอฬาริกรูป เพราะสามารถกระทบได้ รูปที่เหลือ จัดเป็นสุขุมรูป เพราะเป็นสิ่งตรงกันข้ามจากโอฬาริกรูปนั้น

รูปที่เป็นสุขุมรูปนั้นแหละ จัดเป็นทูเรรูป เพราะรู้ได้ยาก รูปนอกนี้ (คือโอฬาริกรูป) จัดเป็นสันติเกรูป เพราะรู้ได้ง่าย

รูป ๑๘ อย่าง คือ ธาตุ ๔ กับรูป ๑๑ มีจักขุรูปเป็นต้น และกวฬิงการาหาร จัดเป็น นิปผันนรูป เพราะล่วงปริจเฉทรูป วิการรูป และลักขณรูปเสีย แล้วกำหนดถือเอาได้โดยสภาพเดียว รูปที่เหลือ ๑๐ จัดเป็นอนิปผันนรูป เพราะเป็นรูปตรงกันข้ามจากนิปผันนรูปนั้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka