visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 755 | >>

รูป ๕

[๔๙๐] รูปทั้งปวงนั้นอีก แบ่งเป็น ๕ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งรูปเหล่านี้ คือ เอกชรูป (รูปเกิดแต่ปัจจัยอย่างเดียว) ทวิชรูป (รูปเกิดแต่ปัจจัย ๒ อย่าง) ติชรูป (รูปเกิดแต่ปัจจัย ๓ อย่าง) จตุชรูป (รูปเกิดแต่ปัจจัย ๔ อย่าง) นกุโตจิชาตรูป (รูปเกิดแต่ปัจจัยอะไรก็มิใช่)

ในรูป ๕ อย่างนั้น รูปที่เกิดแต่กรรมอย่างเดียวและรูปที่เกิดแต่จิตอย่างเดียว ชื่อว่าเอกชรูป ในรูปที่เกิดแต่กรรมและรูปที่เกิดแต่จิต อันอินทรียรูปกับหทยวัตถุเป็นรูปที่เกิดแต่กรรมอย่างเดียว วิญญัติรูปทั้งสอง เป็นรูปที่เกิดแต่จิตอย่างเดียว ส่วนรูปใดเกิดแต่จิตก็ดี แต่ฤดูก็ดี รูปนั้นชื่อว่าทวิชรูป ได้แก่ สัททายตนะอย่างเดียว

รูปเกิดแต่ฤดู จิต และอาหาร ชื่อว่าติชรูป ได้แก่ วิการรูป ๓ มีลหุตาเป็นอาทิ นั่นแล

รูปเกิดแต่ปัจจัยทั้ง ๔ มีกรรมเป็นต้น ชื่อว่าจตุชรูป ได้แก่ รูปที่เหลือ เว้นลักขณรูป (คือ ชาติ ชรา ภังคะ หรือ มรณะ)

ส่วนลักขณรูป เป็น นกุโตจิชาตรูป (รูปที่ไม่เกิดแต่ปัจจัยไหนๆ) เพราะเหตุอะไร ? เพราะความเกิดแห่งความเกิดหามิไม่ และอีก ๒ อย่าง เป็นความงอมไปและแตกไปแห่งรูปที่เกิดแล้ว แม้ชาติก็เกิดแต่ปัจจัยอะไร ๆ ซึ่งท่านยอมให้ไว้ในพระบาลีว่า “ธรรมทั้งหลาย คือ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปลัสสลหุตา รูปลัสสมุทุตา รูปลัสสกัมมัญญตา รูปลัสสูปจยะ รูปลัสสสันตติ กวฬิงการาหาร เหล่านี้ มีจิตเป็นเหตุเกิด” ดังนี้เป็นต้น ก็พึงทราบว่า ที่ท่านยอมให้ เพราะชนกปัจจัยแห่งรูปทั้งหลาย ปรากฏในลักษณะคืออานุภาพแห่งกิจ

นี่เป็นกถมุขอย่างพิสดารในรูปขันธ์เป็นอันดับแรก

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka