visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 758 | >>

วิตกก้าวล่วงไป ที่ ๓ วิจารก้าวล่วงไป ที่ ๔ ปีติคลายไป ที่ ๕ สุขตกไป ประกอบด้วยอุเบกขาและสมาธิ

อรูปาวจรกุศลมี ๔ ด้วยอำนาจการประกอบแห่งอรูป ๔ คือ อรูปที่ ๑ ประกอบด้วยอากาสานัญจายตนฌานที่กล่าวแล้ว อรูปที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ก็ประกอบด้วยฌานที่เหลือ มีวิญญาณัญจายตนฌาน เป็นต้น

โลกุตตรกุศล มี ๔ ประกอบด้วยมรรค ๔

กุศลวิญญาณมี ๒๑ อย่าง ดังกล่าวมาฉะนี้ เป็นอันจบแรก

อกุศลวิญญาณ

[๔๙๓] ส่วนอกุศลวิญญาณ โดยภูมิก็อย่างเดียว คือ เป็นกามาวจรภูมิเท่านั้น โดยมูลมี ๓ คือ โลภมูล โทสมูล และโมหมูล ใน ๓ มูลนั้น โลภมูลมี ๘ โดยประกาศแห่งโสมนัส อุเบกขา ทิฏฐิคตะ และ สังขาร โลภมูล ๘ นี้ เป็นอย่างไร ? โลภมูล ๔ คือ (อกุศลจิต) เป็น โสมนัสสหรคต ทิฏฐิคตสัมปยุต เป็นอสังขาร ๑ สสังขาร ๑ เป็นฝ่ายโสมนัสสหรคต ๔ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปยุต ก็อย่างนั้น คือเป็นอสังขาร ๑ สสังขาร ๑ เป็นอุเบกขาสหรคต ทิฏฐิคตสัมปยุต เป็น อสังขาร ๑ สสังขาร ๑ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปยุต ก็อย่างนั้น คือเป็นอสังขาร ๑ สสังขาร ๑ อุเบกขาสหรคต ๔ (รวมทั้งสองฝ่ายด้วยกันจึงเป็น ๘)

ก็กาลใด บุคคลทำความเห็นผิดโดยนัยว่า “โทษในกามทั้งหลายหามีไม่” เป็นต้น ให้ออกหน้า เป็นผู้ร่าเริงยินดีบริโภคกามก็ดี เชื่อถือมงคลมีทิฐฐิมงคล โดยเป็นสาระก็ดี มีจิตกล้าแข็งตามสภาพมิได้ถูกชักจูงเลย ในกาลนั้น อกุศลจิตดวงที่ ๑ ย่อมเกิดขึ้น ในกาลใด บุคคลมีจิตเฉื่อยชา ถูกคนอื่นชักจูงให้ทำ ในกาลนั้น อกุศลจิตดวงที่ ๒ ย่อมเกิดขึ้น

ในกาลใด บุคคลได้ทำความเห็นผิดให้ออกหน้า เป็นแต่ร่าเริงยินดี เสพเมถุนก็ดี เพ่งเล็งสมบัติของผู้อื่นก็ดี ลักของผู้อื่นก็ดี มีจิตกล้าแข็ง มิได้ถูกชักจูงเลย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka