ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ทั้งสองเป็นไปในอารมณ์ ๖ ส่วนวิญญาณ ๓ นั้น กายวิญญาณประกอบด้วยสุข มโนวิญญาณธาตุที่เป็นทวิฐาน ประกอบด้วยโสมนัส วิญญาณที่เหลือ ประกอบด้วยอุเบกขาแล
วิญญาณ ๘ ดวง อันเป็นอเหตุกะในกุศลวิบาก พึงทราบโดยประการที่กล่าวมาฉะนี้ เป็นอันดับแรก (อัพยากฤตวิญญาณกามาวจรภูมิ)
ส่วนอัพยากฤตวิญญาณที่ประกอบด้วยวิปากเหตุ มีอโลภะเป็นต้น ชื่อว่า สเหตุกะ สเหตุกอัพยากฤตนั้นก็มี ๘ โดยสัมปยุตธรรมมีโสมนัสเป็นต้น ดังกามาวจรกุศลวิญญาณ แต่สเหตุกอัพยากฤตนี้ หาเหมือนกุศลวิญญาณ ซึ่งเป็นไปในอารมณ์ ๖ ด้วยอำนาจแห่งปฏิสนธิเป็นต้นไม่ เพราะสเหตุกอัพยากฤตวิญญาณนี้ เป็นไปในอารมณ์ ๖ ที่บันเนื่องในปรัตตธรรม คือกามาวจรเท่านั้น ด้วยอำนาจแห่งกิจคือ ปฏิสนธิ ภวังค์ จุติ และตทารัมมณะ ส่วนความเป็นสสังขารและอสังขารในสเหตุกอัพยากฤตวิญญาณนี้ บัณฑิตพึงทราบ ด้วยอำนาจของที่มาเป็นต้น อนึ่ง แม้เมื่อความแปลกกันแห่งสัมปยุตธรรมมีโสมนัสเป็นต้นไม่มี ก็พึงทราบว่าวิปากวิญญาณเป็นธรรมชาติไม่มีอุตสาหะกำลังชักจูง ดูเงาหน้าบนกระจกเงาเป็นต้น ส่วนกุศลวิญญาณมีอุตสาหะกำลังชักจูง ดูใบหน้าของคนบนกระจก
อกุศลวิปากวิญญาณ เป็นอเหตุกะอย่างเดียวเท่านั้น อกุศลวิปากวิญญาณนั้นมี ๗ คือ จักขุวิญญาณ ๑ โสตวิญญาณ ๑ ฆานวิญญาณ ๑ ชิวหาวิญญาณ ๑ กายวิญญาณ ๑ มโนธาตุที่ทำหน้าที่สัมปฏิจฉนะ ๑ มโนวิญญาณธาตุ ชนิดปัญจฐาน อันทำหน้าที่สันตีรณะเป็นต้น ๑ อกุศลวิบาก ๗ นั้น ว่าโดยลักษณะเป็นต้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในอเหตุกวิบากฝ่ายกุศลนั้นเถิด เป็นแต่กุศลวิปากวิญญาณเป็นอิฏฐารมณ์และอิฏฐมัชฌัตตารมณ์เท่านั้น อกุศลวิปากวิญญาณเหล่านี้ก็เป็นอนิฏฐารมณ์และอนิฏฐมัชฌัตตารมณ์ อนึ่ง กุศลวิปากวิญญาณเหล่านั้นมี ๓ โดยประเภท คือ อุเบกขา สุข โสมนัส อกุศลวิปากวิญญาณทั้งหลายมี ๒ โดยประเภท คือ ทุกข์ และอุเบกขา ในอกุศลวิปากวิญญาณนี้ กายวิญญาณอย่างเดียวเป็นทุกขสหรคต