ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ที่เหลือเป็นอุเบกขาสหรคต อุเบกขาในอกุศลวิปากวิญญาณ ก็เป็นอุเบกขาอย่างเลวไม่เลี่ยมนัก คล้ายทุกข์ อุเบกขาในฝ่ายกุศลวิบากทั้งหลายเป็นอุเบกขาอย่างประณีตแต่ก็ไม่สเลี่ยบ คล้ายสุข
กามาวจรวิปากวิญญาณมี ๒๓ โดยรวมอกุศลวิบาก ๗ นี้ และกุศลวิบาก ๑๖ ที่กล่าวมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้
ส่วนรูปาวจรวิบากวิญญาณก็มี ๕ ประดุจรูปาวจรกุศล แต่รูปาวจรกุศลเป็นไปในชวนวิถีโดยทางสมาบัติ รูปาวจรวิบาก เป็นไปในทางปฏิสนธิ ภวังค์และจุติ
อนึ่ง รูปาวจรวิบาก มี ๕ นั้น แต่อรูปาวจรวิบากก็มี ๔ ฉันนั้น แม้ประเภทแห่งความเป็นไปของอรูปาวจรวิบาก ก็มีนัยดังกล่าวแล้วในรูปาวจรวิบาก
โลกุตตรวิบาก จัดเป็น ๔ เพราะเป็นผลของจิตที่ประกอบด้วยมรรค ๔ เป็นไป ๒ ทาง คือทางมังคควิถี ๑ ทางผลสมาบัติ ๑
วิปากวิญญาณทั้งสิ้นมี ๓๖ ในภูมิ ๔ ดังกล่าวมาฉะนี้
ส่วนกิริยาวิญญาณ โดยประเภทแห่งภูมิ มี ๓ คือ กามาวจร ๑ รูปาวจร ๑ อรูปาวจร ๑ ใน ๓ ภูมินั้น กามาวจรมี ๒ คือ อเหตุกะและสเหตุกะ ใน ๒ อย่างนั้น กามาวจรกิริยาวิญญาณที่เว้นจากกิริยาเหตุมีโลภะเป็นต้น ชื่อว่าอเหตุกะ อเหตุกะนั้น มี ๒ โดยแยกเป็นมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุ ในอเหตุกะ ๒ นั้น มโนธาตุมีการนำหน้าวิญญาณมีจักขุวิญญาณเป็นอาทิ รู้แจ้งอารมณ์มีรูปเป็นต้นเป็นลักษณะ มีความรำพึงเป็นกิจ มีความเป็นธรรมชาติมุ่งหน้าต่ออารมณ์มีรูปเป็นต้นเป็นผล มีความตัดขาดภวังค์เป็นเหตุใกล้ มโนธาตุนั้นเป็นธรรมชาติประกอบด้วยอุเบกขาเท่านั้น