visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 764 | >>

๑. ปฏิสนธิ

แก้ว่า - ในกาลใด สัตว์เกิดในเทวโลกหรือมนุสสโลก ด้วยอำนาจภาพแห่งกามาวจรกุศล ๘ ในกาลนั้น วิปากจิต ๘ ดวง คือ สเหตุกกามาวจรวิบาก ๘ และอเหตุกวิบากมโนวิญญาณธาตุที่เป็นอุเบกขาสหรคต เป็นวิบากแห่งทวิเหตุกกุศลอย่างอ่อน ของพวกสัตว์ที่ถึงความวิกลมีกะเทยเป็นต้น ในหมู่มนุษย์ ย่อมทำกรรม กรรมนิมิต และคตินิมิต อย่างใดอย่างหนึ่งที่ปรากฏในเวลาใกล้จะตายให้เป็นอารมณ์เป็นไปด้วยอำนาจปฏิสนธิในกาลใด สัตว์ทั้งหลายเกิดในรูปภพและอรูปภพ ด้วยอำนาจแห่งรูปาวจรกุศล และอรูปาวจรกุศล ในกาลนั้น รูปาวจรวิปากจิตและอรูปาวจรวิปากจิต ๙ ดวง ย่อมทำกรรมนิมิตที่ปรากฏในเวลาใกล้จะตายแห่งสัตว์ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์ เป็นไปด้วยอำนาจปฏิสนธิ อนึ่ง ในกาลใด สัตว์เกิดในอบายด้วยอำนาจภาพแห่งอกุศล ในกาลนั้น อเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากแห่งอกุศลดวง ๑ ย่อมทำกรรม กรรมนิมิต และคตินิมิต อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งปรากฏในเวลาใกล้จะตายแห่งสัตว์เหล่านั้นให้เป็นอารมณ์ เป็นไปด้วยอำนาจปฏิสนธิแล

ความเป็นไปแห่งวิปากวิญญาณ ๑๙ ดวง ด้วยอำนาจปฏิสนธิ บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาในวิญญาณขันธ์นิเทศเป็นอันดับแรก (ในอาการ ๑๔)

๒. ภวังค์

เมื่อปฏิสนธิวิญญาณดับ (คือทำกิจเสร็จ) แล้ว วิญญาณชื่อว่าภวังค์ คอยติดต่อกับปฏิสนธิวิญญาณนั้น ๆ อยู่ เป็นวิบากแห่งกรรมนั้น ๆ อย่างเดียวกับปฏิสนธิวิญญาณนั่นเอง อันเป็นเช่นนั้น ในอารมณ์มีกรรมเป็นต้นนั้นเป็นไป เมื่อจิตตปบาทอื่น ที่เป็นเหตุยังความสืบต่อแห่งภวังค์ให้หมุนกลับไม่มี ภวังค์วิญญาณนั้นย่อมเป็นไปในความหลับเป็นต้นแห่งผู้ไม่ฝัน โดยอาการสืบต่อเช่นนั้นอีกแล้วก็เป็นเช่นนั้นอีกดังนี้ จะนับประมาณจำนวนจิตมิได้โดยแท้ ดังกระแสน้ำ ฉะนั้น

ความเป็นไปแห่งวิญญาณเหล่านั้นแหละ แม้ด้วยอำนาจแห่งภวังค์ พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka