visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 765 | >>

๓. อาวัชชนะ

เมื่อความสืบต่อแห่งภวังค์เป็นไปอย่างนั้น ในกาลใด อินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลายควรแก่การรับอารมณ์ ในกาลนั้น เมื่อรูปถึงคลองจักขุเข้า ความประสานเข้าระหว่างจักขุประสาทกับรูปก็มีขึ้น ด้วยอานุภาพแห่งความประสานกัน ภวังคจลนะก็มีขึ้น ครั้นภวังคดับไป กิริยามโนธาตุทำรูปนั้นนั่นแหละให้เป็นอารมณ์ เป็นดังตัดภวังค์ ยังอาวัชชนกิจ กิจคือความคำนึงถึงอารมณ์ให้สำเร็จเกิดขึ้น ในโสตทวารเป็นต้น ก็ดุจนัยนี้ แต่ในมโนทวาร เมื่ออารมณ์ทั้ง ๖ มาถึงเข้า อเหตุกกิริยามโนวิญญาณธาตุที่สหรคตกับอุเบกขา เป็นดังตัดภวังค์ ยังอาวัชชนกิจให้สำเร็จเกิดขึ้นในลำดับแห่งภวังคจลนะแล

ความเป็นไปแห่งกิริยาวิญญาณ ๒ ดวง ด้วยอำนาจอาวัชชนะ พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

๔-๘. ทัสสนะ สวนะ ฆายนะ สายนะ ผุสนะ

ในลำดับแห่งอาวัชชนะข้อแรก จักขุวิญญาณอันมีจักขุประสาทเป็นที่ตั้ง ยังทัสสนกิจ (กิจคือการเห็น) ให้สำเร็จเป็นไปในจักขุทวาร โสตทวาร ฆานทวาร ชิวหาทวาร กายทวาร วิญญาณยังสวนกิจเป็นต้นให้สำเร็จ เป็นไปในทวารมีโสตทวารเป็นอาทิ วิญญาณที่เป็นไปในอารมณ์น่าปรารถนาและน่าปรารถนาปานกลาง เป็นกุศลวิบากที่เป็นไปในอารมณ์ไม่น่าปรารถนา และไม่น่าปรารถนาปานกลาง ก็เป็นอกุศลวิบาก

ความเป็นไปแห่งวิปากวิญญาณ ๑๐ (คือเป็นกุศลวิบาก ๕ อกุศลวิบาก ๕) ด้วยอำนาจแห่งทัสสนะ (เห็น) สวนะ (ได้ยิน) ฆายนะ (ได้กลิ่น) สายนะ (ได้รส) ผุสนะ (ได้ถูกต้อง) พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

๙. สัมปฏิจฉนะ

โดยพระบาลีว่า “จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนธาตุอันเกิดแต่วิจิตนั้น ที่เป็นไปในลำดับแห่งจักขุวิญญาณธาตุ ที่เกิดดับไปแล้ว ย่อมเกิดขึ้น” ดังนั้นเป็นต้น มโนธาตุที่เป็นไป

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka