ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ในที่สุดแห่งชวนะ ถ้าอารมณ์นั้นเป็นอติมหันตารมณ์ (อารมณ์ใหญ่อยิ่ง) ในปัญจทวาร และเป็นวิภุตารมณ์ (อารมณ์ที่ปรากฏชัด) ในมโนทวารไซร้ ที่นั้นวิปากวิญญาณ ในบรรดาเหตุกกามาวจรวิบาก ๘ และวิปากอเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ๓ อย่างใดอย่างหนึ่ง อันติดตามชวนะแล่นไปในอารมณ์อื่น นอกจากอารมณ์ของภวังค์ ดังน้ำอันไหลตามกระแสไป ติดตามเรือที่แล่นไปทวนกระแสในระหว่างขณะนิดหน่อย ย่อมเกิดขึ้น ๒ ขณะหรือขณะเดียวกัน ด้วยสามารถของปัจจัยนั้นตามที่ตนได้ ด้วยอำนาจแห่งอารมณ์มีอิฏฐารมณ์เป็นอาทิ และแห่งปริกรรม และแห่งจิตมีชวนจิต เป็นต้น ในที่สุดแห่งกามาวจรชวนะของกามาวจรสัตว์ทั้งหลาย วิปากวิญญาณนั้นเป็นดังติดตามแก่ความเป็นไปในอารมณ์ของภวังค์ในที่สุดแห่งชวนะ (แต่) เพราะมันทำอารมณ์ของชวนะนั้นให้เป็นอารมณ์เป็นไปอีก จึงเรียกว่าตทารัมมณะ (มีอารมณ์ของชวนะนั้นเป็นอารมณ์)
ความเป็นไปแห่งวิปากวิญญาณ ๑๑ ดวง ด้วยอำนาจแห่งตทารัมมณะ พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้
ในที่สุดแห่งตทารัมมณะ ภวังค์นั้นเองเป็นไปอีก ครั้นภวังค์ขาด วิถีวิญญาณมีอาวัชชนะเป็นต้น ก็เป็นไปอีกแล
จิตตสันดานทั้งปัจจัยอันได้แล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปแล้วๆ เล่าๆ ด้วยอำนาจแห่งจิตตนิยาม คืออาวัชชนะย่อมมีในลำดับแห่งภวังค์ วิญญาณกิจมีการเห็น (รูป) เป็นต้น ย่อมมีในลำดับแห่งอาวัชชนะดังนี้เป็นอาทิอยู่นั่นเอง จนกว่าภวังค์ในภพหนึ่ง