visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 784 | >>

มิจฉาทิฏฐิ

[๔๘๑] สัตว์ทั้งหลายย่อมเห็นผิดด้วยธรรมชาตินั้นเป็นเหตุ ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่ามิจฉาทิฏฐิ (แปลว่าธรรมชาติเป็นเหตุเห็นผิดแห่งสัตว์ทั้งหลาย) นัยหนึ่ง ธรรมชาติใดย่อมเห็นผิดอยู่เอง ธรรมชาตินั้นชื่อว่ามิจฉาทิฏฐิ (แปลว่าธรรมชาติอันเห็นผิด) นัยหนึ่ง ธรรมชาตินั้นสักว่าเป็นอันเห็นผิด เหตุนั้นจึงชื่อว่ามิจฉาทิฏฐิ (แปลว่าความเห็นผิด)

มิจฉาทิฏฐินั้น มีความยึดมั่นโดยไม่ถูกทางเป็นลักษณะ มีอันจับเอาผิด ๆ เป็นกิจ มีความปักใจผิดเป็นผล มีโทษอันมีความไม่อยากเห็นพระอริยะทั้งหลายเป็นต้นเป็นเหตุใกล้ มิจฉาทิฏฐินี้ บัณฑิตพึงเห็นว่า เป็นบรมวัชชะ (มีโทษอย่างยิ่ง)

อุทธัจจะ

[๔๘๒] ความที่จิตฟุ้งซ่านชื่อว่าอุทธัจจะ อุทธัจจะนั้นมีความไม่สงบราบเป็นลักษณะ ดุจน้ำกระเพื่อมเพราะลมตีฉะนั้น มีความไม่หยุดนิ่งเป็นกิจ ดุจธงและผืนผ้าอันโบกสะบัดเพราะลมต้องฉะนั้น มีอาการหมุน (กระจัดกระจาย) ไปเป็นผล ดุจเถ้าอันฟุ้งกระจายเพราะถูกทุ่มด้วยก้อนหินฉะนั้น มีความทำในใจโดยไม่แยบคาย เพราะความไม่สงบลงแห่งใจเป็นเหตุใกล้

อุทธัจจะนี้ บัณฑิตพึงเห็นว่า เป็นความซัดส่าย (ไปมา) แห่งจิต

อกุศลสังขารที่เหลือ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในกุศลสังขารเถิด ด้วยว่า ความเป็นอกุศลและความเป็นเจตสิกธรรมแลทรามด้วยความเป็นอกุศลเท่านั้น เป็นความแปลกของมันจากกุศลสังขารเหล่านั้น

สังขารอะไรสัมปยุตกับอกุศลวิญญาณดวงไหน

[๔๘๓] สังขาร ๑๗ ดังกล่าวมานี้ พึงทราบว่า ถึงความสัมปยุตกับอกุศลวิญญาณดวงที่ ๑ (ในโลภมูลคือวิญญาณที่เป็นโสมนัสสหรคต ทิฏฐิคตสัมปยุต อสังขาร) ก็แล สังขารที่สัมปยุตกับอกุศลวิญญาณดวงที่ ๑ (นี้) เป็นฉันใด แม้ที่สัมปยุตกับอกุศลวิญญาณดวงที่ ๒ ก็เป็นฉันนั้น ส่วนว่าความต่างในอกุศลวิญญาณดวงที่ ๒ นี้ ก็คือความเป็นสสังขาร และถีนมิทธะ เป็นอนิยตะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka