visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 786 | >>

ที่ ๕ สังขารที่เหลือเว้นถีนมิทธะพึงทราบว่า สัมปยุตกับอกุศลวิญญาณดวงที่ ๗ (คือ อุเบกขาสหรคต ทิฏฐิคตวิปยุต อสังขาร) แต่ในอกุศลวิญญาณดวงที่ ๗ นี้ มานะเป็นอนิยตะ ในสังขารทั้งหลายที่กล่าวในอกุศลวิญญาณดวงที่ ๖ สังขารที่เหลือเว้นถีนมิทธิ พึงทราบว่า สัมปยุตกับอกุศลวิญญาณดวงที่ ๘ (คืออุเบกขาสหรคต ทิฏฐิคตวิปยุต สสังขาร) แม้ในอกุศลวิญญาณดวงที่ ๘ นี้เล่า มานะก็เป็นสังขารในจำพวกอนิยตะเหมือนกันแล

อกุศลสังขารโทสมูล ๑๘

[๔๘๔] ส่วนในโทสมูล ๒ อันดับแรก สังขารที่สัมปยุตด้วยอกุศลวิญญาณดวงที่ ๑ (คือ โทมนัสสหรคต ปฏิฆสัมปยุต อสังขาร) มี ๑๘ คือเป็นนียตะมาโดยรูปของตน ๑๑ เป็นเยวาปนกะ ๔ เป็นอนิยตะ ๓ ในอกุศลสังขาร ๑๘ นั้น สังขาร ๑๑ คือ ผัสสะ เจตนา วิตก วิจาร วิริยะ ชีวิต สมาธิ อหิริกะ อโนตตัปปะ โทสะ โมหะ เหล่านี้ เป็นนียตะมาโดยรูปของตน สังขาร ๔ คือ ฉันทะ อธิโมกข์ อุทธัจจะ มนสิการ นี้เป็นเยวาปนกะ สังขาร ๓ คือ อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจะ นี้เป็นอนิยตะ

อรรถาธิบายอกุศลสังขารโทสมูลบางข้อ

โทสะ

[๔๘๕] พึงทราบอรรถในบทเหล่านั้น (ดังนี้) สัตว์ทั้งหลายย่อมประทุษร้ายด้วยเจตสิกธรรมนั้น เหตุนั้น เจตสิกธรรมนั้นจึงชื่อว่าโทสะ(แปลว่าธรรมเป็นเหตุประทุษร้ายแห่งสัตว์ทั้งหลาย) นัยหนึ่ง เจตสิกธรรมโดยย่อมประทุษร้ายอยู่เอง เหตุนั้น เจตสิกธรรมนั้นจึงชื่อว่าโทสะ (แปลว่าธรรมอันประทุษร้าย) นัยหนึ่ง ธรรมชาตินั้นสักว่าเป็นประทุษร้ายเท่านั้นจึงชื่อว่าโทสะ (แปลว่าความประทุษร้าย)

โทสะนั้น มีความดุเป็นลักษณะ ดังอสรพิษที่ถูกฤติ มีความพลุ่งพล่านไปเป็นกิจ ดังถูกพิษแทรก นัยหนึ่ง มีอันเผาที่อาศัยของตนเสียเป็นกิจ ดังไฟป่า มีความประทุษร้ายเป็นผล ดังข้าศึกได้โอกาส มีอาฆาตวัตถุ (เรื่องที่จะให้เกิดอาฆาต) เป็นเหตุใกล้

โทสะนี้ บัณฑิตพึงเห็นว่า เป็นเหมือนน้ำมูตรเน่าระคนด้วยยาพิษฉะนั้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka