ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๔๘๖] ความประพฤติถึงห่วงชื่อว่าอิสสา (ริษยา) อิสสานั้นมีความทนไม่ได้ต่อสมบัติ (ความได้ดี) ของคนอื่นเป็นลักษณะ มีความไม่ยินดีด้วยในสมบัติของผู้อื่นนั่นแหละเป็นกิจ มีความเบือนหน้าจากสมบัติของผู้อื่นนั้นเป็นผล มีสมบัติของผู้อื่นเป็นเหตุใกล้
อิสสานี้ บัณฑิตพึงทราบว่า เป็นสังโยชน์ (เครื่องผูกมัดจิต)
[๔๘๗] ความตระหนี่ชื่อว่ามัจฉริยะ มัจฉริยะนั้น มีการปิดซ่อนสมบัติทั้งหลายของตนที่ได้มาแล้ว หรือที่พึงได้ก็ตามไว้เป็นลักษณะ มีความทนไม่ได้ต่อความที่สมบัติทั้งหลายของตนนั้น จะเป็นของที่ไปกับคนอื่น ๆ เป็นกิจ มีความสยิ้วเป็นผล นัยหนึ่ง มีความเป็นเสื้อเกราะที่รัดกุม (คือความเหนียวแน่น) เป็นผล มีสมบัติของตนเป็นเหตุใกล้
มัจฉริยะนี้ บัณฑิตพึงเห็นว่า เป็นความพิกลรูป (คือพิการ) แห่งใจ
[๔๘๘] การทำ (ทางใจ) อันบัณฑิตเกลียด (คือไม่ดี) ชื่อว่ากุกตะ ภาวะแห่งกุกตะนั้น ชื่อว่ากุกกุจจะ (แปลว่า ความเป็นการทำ(ทางใจ)อันบัณฑิตเกลียด) กุกกุจจะนั้น มีความทำให้ร้อนใจในภายหลังเป็นลักษณะ มีความเศร้าใจถึงการที่ทำและการที่มิได้ทำเป็นกิจ มีความเดือดร้อนเป็นผล มีการที่ทำและการที่มิได้ทำเป็นเหตุใกล้
กุกกุจจะนี้ บัณฑิตพึงเห็นว่า เหมือนความเป็นทาส
อกุศลสังขารที่เหลือ ก็มีประการดังกล่าวแล้วนั้นแล
สังขาร ๑๘ ที่กล่าวมานี้แล บัณฑิตพึงทราบว่า ถึงความสัมปยุตกับอกุศลวิญญาณที่เป็นโทสมูลดวงที่ ๑ ก็แลสังขารที่ถึงความสัมปยุตกับอกุศลวิญญาณโทสมูลดวงที่ ๑ เป็นฉันใด แม้ที่ถึงความสัมปยุต กับโทสมูลดวงที่ ๒ ก็ฉันนั้น แต่ความแปลก (ในดวงที่ ๒ นี้) ก็คือเป็นสสังขารและในพวกอนิยตะมีถีนมิทธะด้วย