visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 788 | >>

อกุศลสังขารโมหมูล ๑๓

[๔๘๙] ส่วนในโมหมูล ๒ (ว่า) ทางวิจิกิจฉาสัมปยุตก่อน สังขาร (เป็นวิจิกิจฉาสัมปยุต) ๑๓ คือ (เป็นนียตะ) มาโดยรูปของตน ๑๑ คือ ผัสสะ เจตนา วิตก วิจาร วิริยะ ชีวิต จิตตฐิติ (ความหยุดแห่งจิต) อหิริกะ อโนตตัปปะ โมหะ วิจิกิจฉา และเป็นเยวาปนกะ ๒ คือ อุทธัจจะและมนสิการ

[๔๙๐] ในคำเหล่านั้น คำว่า จิตตฐิติ หมายเอาอาการสักว่าความหยุดแห่งปวัตติจิต (เป็นขณะ ๆ) ได้แก่ สมาธิอย่างอ่อน

ความแบ่งใจปราศไปแล้ว เหตุนั้นจึงชื่อว่าวิจิกิจฉา วิจิกิจฉานั้นมีความสงสัยเป็นลักษณะ มีอันไหวไปเป็นกิจ มีอันไม่ชี้ขาดเป็นผล นัยหนึ่งว่า มีอันถือเอาหลายอย่างเป็นผล มีความทำในใจโดยไม่ถูกทางในเพราะความลังเลเป็นเหตุใกล้

วิจิกิจฉานี้ บัณฑิตพึงเห็นว่า เป็นธรรมชาติอันทำอันตราย (ขัดขวาง) แก่การปฏิบัติ

สังขาร (วิจิกิจฉาสัมปยุต) ที่เหลือ ก็มีประการดังกล่าวแล้วนั้นแล

(ว่า) ทางอุทธัจจสัมปยุต ในสังขารทั้งหลายที่กล่าวในวิจิกิจฉาสัมปยุต เว้นวิจิกิจฉา สังขารที่เหลือ ๑๒ เป็นอุทธัจจสัมปยุต แต่เพราะในอุทธัจจสัมปยุตนี้ ไม่มีวิจิกิจฉา อธิโมกข์ (ความตัดสินใจ) จึงเกิดขึ้น ร่วมกับอธิโมกข์นั้นก็เป็น ๑๓ เหมือนกัน และเพราะมีอธิโมกข์ร่วม (จิตตฐิติ) จึงเป็นสมาธิมีกำลังกว่า อนึ่ง อุทธัจจะได้ในอุทธัจจสัมปยุตนี้ อุทธัจจะนั้นมาโดยรูปของตนแท้ อธิโมกข์และมนสิการ มาโดยเป็นเยวาปนกะแล

สังขารที่เป็นอกุศลทั้งหลาย พึงทราบโดยประการที่กล่าวมานะนี้

อัพยากฤตสังขารฝ่ายวิบาก

อเหตุกวิบาก

[๔๙๑] ในอัพยากฤตสังขารทั้งหลาย อันดับแรก อัพยากฤตสังขารฝ่ายวิบากมี ๒ โดยแยกเป็น อเหตุุกะและสเหตุุกะ ใน ๒ อย่างนั้น อัพยากฤตสังขารที่สัมปยุตด้วยอเหตุุกวิบากวิญญาณ จัดเป็นอเหตุุกสังขาร ในอเหตุุกสังขารทั้งหลายนั้น ข้อแรก

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka