visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 790 | >>

ส่วนอัพยากฤตสังขารทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสเหตุุกกิริยาวิญญาณจัดเป็นสเหตุุกะ ในสเหตุุกกิริยาสังขารเหล่านั้น ข้อแรก สังขารที่สัมปยุตด้วยกามาวจรกิริยาวิญญาณ ๘ เว้นวิรัติ ก็เป็นเช่นกับสังขารที่สัมปยุตด้วยกามาวจรกุศล ๘ สังขารที่สัมปยุตด้วยรูปาวจรกิริยาวิญญาณและอรูปาวจรกิริยาวิญญาณเล่า ก็เป็นเช่นสังขารที่สัมปยุตกับกุศลวิญญาณแห่งกิริยาวิญญาณเหล่านั้นทุกประการเหมือนกันแล

สังขารทั้งหลายแม้ที่เป็นอัพยากฤต บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่กล่าวมานะนี้

นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดารในสังขารขันธ์

นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดารในขันธ์ทั้งหลาย ตามนัยแห่งภาณีในพระอภิธรรมเท่านี้ก่อน

ขันธ์วิภาคอีกนัยหนึ่ง

แจกขันธ์โดยกาลเป็นต้นตามนัยพระสูตร

[๔๙๓] ก็แล ขันธ์ทั้งหลาย พระผู้มีพระภาค (ทรงจำแนก) ให้พิสดารอย่างนี้ว่า “รูปทุกอย่าง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม หยาบหรือละเอียดก็ตาม เลวหรือประณีตก็ตาม อยู่ในที่ไกลหรืออยู่ในที่ใกล้ก็ตาม กลุ่มรูปนี้เรียกว่า รูปขันธ์ เพราะรวบรวมรูป (ที่แจงมา) นั้นเข้าด้วยกัน เวทนาทุกอย่างทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ กลุ่มเวทนานี้ เรียกว่า เวทนาขันธ์ เพราะรวบรวมเวทนา (ที่แจงมา) นั้นเข้าด้วยกัน สัญญาทุกอย่างทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ กลุ่มสัญญานี้เรียกว่า สัญญาขันธ์ เพราะรวบรวมสัญญา (ที่แจงมา) นั้นเข้าด้วยกัน สังขารทุกอย่างทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ กลุ่มสังขารนี้เรียกว่า สังขารขันธ์ เพราะรวบรวมสังขาร (ที่แจงมา) นั้นเข้าด้วยกัน วิญญาณทุกอย่าง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน เป็นภายในหรือเป็นภายนอกก็ตาม ฯลฯ กลุ่มวิญญาณนี้เรียกว่าวิญญาณขันธ์ เพราะรวบรวมวิญญาณ (ที่แจงมา) นั้นเข้าด้วยกัน” ดังนี้

อรรถาธิบายรูปวิภาค

ในบทพระบาลีเหล่านั้น บทว่า ยงฺกิญฺจิ ทุกอย่าง เป็นคำ (มีความหมายว่า) ถือเอาหมดไม่มีเหลือ บทว่า รูป รูปเป็นคำจำกัดสิ่งที่ประสงค์โดยเฉพาะด้วยบททั้งสอง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka