visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 828 | >>

แยกคำศัพท์นิโรธ

ส่วนสัจจที่ ๓ เพราะเหตุที่ นิ ศัพท์ บ่งถึงความไม่มี และ โรธศัพท์ บ่งถึงคูณ เหตุนั้น ความไม่มีแห่งที่คุมขังทุกข์ที่นับว่าคูณสังสาร(วัฏ) ในสัจจข้อนี้ จึงเรียกว่า ทุกขนิโรธ เพราะว่างเปล่าจากคติทั้งปวง หรือเมื่อสัจจข้อนี้ พระโยคาวจรได้บรรลุแล้ว ก็เป็นอันไม่มีที่คุมขังทุกข์ที่นับว่าคูณสังสาร(วัฏ) เพราะสัจจจะนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อทุกข์นั้น เหตุนีอีกประการหนึ่งเรียกว่า ทุกขนิโรธ หรือมินะนั้นเรียกว่า ทุกขนิโรธ เพราะเป็นปัจจัยแห่งความดับ คือความไม่เกิดขึ้นแห่งทุกข์

แยกคำศัพท์นิโรธคามินีปฏิปทา

ส่วนสัจจจะที่ ๔ เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหตุที่สัจจจะนี้ชื่อว่า (ดำเนิน) ไปสู่ทุกขนิโรธ เพราะเป็นธรรมมุ่งหน้าต่อทุกขนิโรธนั้น โดยที่ (มีทุกขนิโรธนั้น) เป็นอารมณ์ และเป็นปฏิปทาแห่งการบรรลุทุกขนิโรธด้วย

แยกคำศัพท์อริยสัจ

[๕๓๑] ก็แล สัจจจะทั้งหลายนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกว่า อริยสัจ เพราะเป็นธรรมที่พระอริยะทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นแทงตลอด ดังพระบาลีว่า “ภิกษุทั้งหลาย อริยสัจ ๔ นี้ อริยสัจ ๔ คืออะไรบ้าง ฯลฯ นี้แล ภิกษุทั้งหลาย อริยสัจ ๔ พระอริยะทั้งหลายย่อมแทงตลอดซึ่งสัจจจะเหล่านี้ เหตุนั้น สัจจจะทั้งหลายนี้เรียกว่า อริยสัจ”

อีกนัยหนึ่ง เรียกว่า อริยสัจ เพราะเป็นสัจจจะของพระอริยะก็ได้ ดังพระบาลีว่า “ตถาคต เป็นพระอริยะในโลกกับทั้งเทวโลก ฯลฯ ในหมู่สัตว์กับทั้งสมณะ พราหมณ์ ทั้งที่เป็นเทวดาและมนุษย์ เพราะเหตุ (ตถาคตเป็นพระอริยะ) นั้น สัจจจะทั้งหลายนี้ (ของตถาคต) จึงเรียก อริยสัจ”

หรือนัยหนึ่ง เรียกอริยสัจ โดยที่ความสำเร็จเป็นพระอริยะ (มิได้) ก็เพราะได้ตรัสรู้สัจจจะทั้งหลายนั้นก็ได้ ดังพระบาลีว่า “ภิกษุทั้งหลาย เพราะได้ตรัสรู้อริยสัจ ๔ นี้ตามจริงแล้ว พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้มาว่าพระอริยะ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka