visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 833 | >>

เพราะเป็นของหยาบและเป็นของสาธารณะแก่สัตว์ทั้งปวง สมุทัยสัจ ตรัสไว้ในลำดับนั้น เพื่อแสดงเหตุแห่งทุกขสัจจนั้นแหละ นิโรธสัจ ตรัสต่อไป เพื่อให้รู้ว่าความดับแห่งผลย่อมมีเพราะความดับแห่งเหตุ มัคคสัจ ตรัสไว้ในที่สุด เพื่อแสดงอุบายบรรลุนิโรธสัจนั้นนัยหนึ่ง ตรัสทุกข์ก่อนเพื่อยังความสังเวชให้เกิดแก่สัตว์ทั้งหลายผู้ติดใจในรสชาติ แห่งความสุขในภพ สมุทัยตรัสในลำดับนั้นเพื่อให้ทราบว่า “ทุกข์นั้น ตัณหามิได้แต่งขึ้น ก็ไม่มา มันมีขึ้นเพราะเหตุภายนอก มีพระอิศวรบันดาลเป็นต้นก็หาไม่ แต่มันมีขึ้นเพราะตัณหานี้” ต่อบั้น ตรัสนิโรธเพื่อยังความโล่งใจด้วยได้เห็นนิสสรณะ ให้เกิดแก่บุคคลทั้งหลาย ผู้มีใจสดด เพราะถูกทุกข์กับทั้งเหตุครอบงำแล้ว แสวงหาความออกไปจากทุกข์ ต่อบั้น จึงตรัสมรรคอันเป็นธรรมยังนิโรธให้ถึงพร้อมเพื่อบรรลุนิโรธแล

วินิจฉัยโดยลำดับในอริยสัจนี้ พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

โดยวินิจฉัยคำว่าชาติเป็นต้น

[๕๓๗] ข้อว่า โดยวินิจฉัยคำว่าชาติเป็นต้น ความว่า ธรรมทั้งหลาย มีชาติเป็นต้นนั้นใด พระผู้มีพระภาคผู้เมื่อทรงแจกแจงอริยสัจทั้งหลาย ได้ตรัสไว้ในนิเทศแห่งอริยสัจ ๔ ดังนี้ คือ ธรรม ๑๒ ประการตรัสไว้ในนิเทศแห่งทุกขสัจว่า “ความเกิดก็เป็นทุกข์อย่าง ๑ ความแก่ก็เป็นทุกข์อย่าง ๑ ความเศร้าใจ ความคร่ำครวญ ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์แต่ละอย่าง (นัย ๕) ความประสบเข้ากับสิ่งอันที่ไม่เป็นที่รักทั้งหลาย ก็เป็นทุกข์ (อย่าง ๑) ความพรากไปจากสิ่งอันเป็นที่รักทั้งหลายก็เป็นทุกข์ (อย่าง ๑) ความที่ปรารถนาอยู่แต่ไม่ได้ก็เป็นทุกข์อย่าง ๑ โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์” ตัณหา ๓ ประการตรัสไว้ในนิเทศแห่งสมุทัยสัจว่า “ตัณหานี้ใด มีการก่อภพ (ใหม่) อีกเป็นปกติ ไปด้วยกันกับนันทิราคะ มีปกติขุ่นเคลิบเพลินไปในอัตภาพนั้นๆ ตัณหานี้คืออะไรบ้าง คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา” นิพพานอันมีประการเดียวโดยประสงค์ ตรัสไว้ในนิเทศแห่งนิโรธสัสดังนี้ว่า “ความดับโดยสำรอกออกอย่างไม่เหลือแห่งตัณหานั้นนั่นแหละ อันใด ความสละไป ความสลัดทิ้งไป ความหลุดไป ความหมดเยื่อใยแห่ง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka