ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ตัณหานั้นนั่นแหละอันใด” ธรรม ๘ ประการ ตรัสไว้ในนิเทศแห่งมัคคสัสดังนี้ว่า “ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา อริยสัจเป็นไฉน ? คืออริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แล อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้คืออะไรบ้าง คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ” ดังนี้ โดยวินิจฉัยธรรมทั้งหลายมีชาติเป็นต้นนั้น บัณฑิตพึงทราบในนิเทศนี้
วินิจฉัยในทุกขธรรมทั้งหลายมีชาติเป็นต้นนี้ บัณฑิตพึงทราบ (ต่อไป) วินิจฉัยนี้เป็นอย่างไร ? ก็ศัพท์ว่าชาตินี้ มีอรรถหลายอย่าง จริงอย่างนั้น ศัพท์ว่าชาตินั้นในคำว่า “(ระลึกชาติได้) ๑ ชาติก็มี ๒ ชาติก็มี” ดังนี้ เป็นต้น นี้มาใน (อรรถคือ) ภพ ในคำว่า “วิสาขา สมณชาติชีอนิครนถ์ มีอยู่” นี้มาใน (อรรถคือ) นิกาย (พวก) ในคำว่า “ชาติเสงคราะห์เข้ากับ ขันธ์ ๒” นี้มาใน (อรรถคือ) สังขตลักษณะ ในคำว่า “จิตดวงแรกเกิดขึ้น วิญญาณดวงแรก ปรากฏขึ้นในท้องของมารดาต้อนใด ชาตินั้นแลอาศัยจิตดวงแรกนั้นจึงมี” นี้มาใน (อรรถคือ) ปฏิสนธิ ในคำว่า “อานนท์ ทันทีที่พระโพธิสัตว์ชาติ๑๔” นี้มาใน (อรรถคือ) ประสูติ (การคลอด) ในคำว่า “เป็นผู้ไม่ถูกคัดค้าน ไม่ถูกติเตียนด้วยชาติวาทะ (ถ้อยคำปรากรชาตะ)” นี้มาใน (อรรถคือ) ตระกูล ในคำว่า “น้องหญิง เราเกิดแล้วโดยชาติเป็นอริยะ แต่กาลใด” นี้มาใน (อรรถคือ) อริยศีล
[๕๓๘] ศัพท์ว่าชาตินั้น ในที่นี้พึงเห็นว่ามาในขันธ์ทั้งหลาย อันเป็นไปได้ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงออกจากท้องมารดาสำหรับสัตว์จำพวกคัพภเสยยะ (คืออัณฑชะและชลาพุชะ) มาในปฏิสนธิขันธ์ทั้งหลายเท่านั้น สำหรับสัตว์จำพวกอกนิฐะ (คือ สังเสทชะและโอปปาติกะ) แม้วินิจฉัยภาคที่กล่าวมานี้เล่าก็ยังเป็นปริยายกถา (ว่าโดยอ้อม) อยู่ เมื่อว่าโดยเป็นปริยาย (โดยตรง) ขันธ์ทั้งหลายใดๆ ปรากฏขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลายผู้เกิดอยู่ในภพนั้นๆ ความปรากฏขึ้นที่แรกแห่งขันธ์เหล่านั้น ชื่อว่าชาติ