ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
นี่เป็นวินิจฉัยในชาติ เป็นข้อแรก
[๕๔๒] ในข้อว่า แม้ชราก็เป็นทุกข์ นี้ มีวินิจฉัยว่า ชรามี ๒ อย่าง คือ สังขตลักษณะ ๑ ความเก่าไปแห่งขันธ์ที่เนื่องอยู่ในภพอันหนึ่ง ใน (รูป) สันดตซึ่งรู้กันโดยอาการ มีฟันหัก เป็นต้น ๑ ชรา (อันปรากฏ) คือความเก่าไปแห่งขันธ์นั้น (แหละ) หมายเอาในที่นี้
ก็แล ชรานั้น มีความแก่แห่งขันธ์เป็นลักษณะ มีการนำไปสู่ความตายเป็นกิจ มีความเสื่อมหายไปแห่งความเป็นหนุ่มเป็นปัจจุปัฏฐาน ชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะเป็นสังขารทุกข์ และเพราะเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ด้วย จริงอยู่ทุกข์อันเป็นไปทางกายและทางใจนี้ใด มีปัจจัยเป็นอเนก เช่นความหย่อนยานแห่งอวัยวะใหญ่น้อย ความพิการแห่งอินทรีย์ ความมีรูปร่างวิกลไป ความเป็นหนุ่มหายไป ความเพียร (ความกล้า) ตกไป สติ (ความจำ) และมติ (ความคิดอ่าน) จากไป และเป็นที่ดูแคลนของคนอื่นเป็นต้น เกิดขึ้น ชราเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์นั้น เพราะเหตุนั้น นักปราชญ์จึงกล่าวคำประพันธ์นี้ไว้ว่า:-
อุงฺคานิ สีลิสีภาวา ขเปฯ ยสุมา ตสฺมา ชรา ทุกฺขา
มัจจะ (สัตว์ที่จะต้องตาย) ได้รับทุกข์ทางกาย และทางใจ อันใด (เพราะความหย่อนยานไปแห่งองคาพยพ เพราะความวิการไปแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย เพราะความเสื่อมหายไปแห่งความเป็นหนุ่ม เพราะความลดถอยไปแห่งกำลัง เพราะความจากไปแห่งสติ (ความจำ) เป็นต้น เพราะถูก