visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 846 | >>

นั้นๆ อยู่แต่ไม่ได้สิ่งนั้นๆ ความปรารถนาสิ่งที่ไม่มีทางจะได้ทั้งหลาย (นั่นแหละ) เป็นเหตุของทุกข์อันนั้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น พระชินจึงตรัสความไม่ได้สิ่งที่ปรารถนาว่า เป็นทุกข์

นี่เป็นวินิจฉัยในอิจฉิตาลาภทุกข์

ปัญจุปาทานขันธทุกข์

[๕๕๒] ส่วนข้อว่า โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ นี้ มีวินิจฉัยว่า :-

ทุกข์ตั้งแต่ชาติกถเข้ามาอันใด ที่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงตาทิคุณ ตรัสไว้ในทุกขนิเทศนี้แล ก็ดีทุกข์อันใดที่มิได้ตรัสไว้ ในทุกขนิเทศก็ดี ได้ทุกข์ทั้งปวงนั้น เว้นอุปาทานขันธ์ ๕ นั้นเสีย ก็หามีไม่ เหตุใด เพราะเหตุนั้น อุปาทานขันธ์ทั้งหลายนี้ พระมหาฤษีเจ้าผู้ทรงชี้ที่สุดทุกข์ จึงตรัสว่าเป็นทุกข์โดยย่อ

จริงอยู่อย่างนั้น ทุกขธรรมทั้งหลายมีชาติเป็นต้น ซึ่งเบียนอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ นี้แหละ โดยประการต่างๆ อยู่ ดังพืชเบียนเชือก ดังเครื่องประหารเบียนเป้า ดังแมลงทั้งหลายมีเหลือบและยุงเป็นต้น เบียดโค ดังคนเกี่ยวข้าวทั้งหลายเบียนนา ดังพวกโจรปล้นบ้านเบียนหมู่บ้าน ก็เกิดที่อุปาทานขันธ์ทั้งหลายนี้เอง เหมือนหญ้าและไม้เถาเป็นต้น เกิดที่พื้นดิน เหมือนดอกผลและหน่อเกิดที่ต้นไม้ทั้งหลายฉะนั้น อนึ่ง ทุกข์ในเบื้องต้นของอุปาทานขันธ์ทั้งหลาย ก็คือชาติ ทุกข์ในท่ามกลางก็คือชรา ทุกข์ในที่สุดก็คือมรณะ ทุกข์คือความรุ่มร้อน (ใจ) เพราะกระทบมรณนิตตกทุกข์ (ทุกข์เมื่อใกล้ตาย) เป็นโสกะ ทุกข์คือความคร่ำครวญ เพราะทนต่อทุกข์นั้นไม่ได้ เป็นปริเทวะ ต่อไปทุกข์คือความเจ็บกาย เพราะประสบอิฏฐิผัสสะ กล่าวคือความกำเริบแห่งธาตุเป็นทุกขะ ทุกข์คือความเจ็บใจ เพราะเกิดปฏิฆะในทุกข์กายนั้นแห่งปุถุชนทั้งหลายผู้ถูกความเจ็บกายนั้นเบียนเอา เป็นโทมนัสทุกข์คือความหมกไหม้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka