visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 850 | >>

คำแก้พึงมีว่า “(ความไม่มีเป็นนิพพาน) หามิได้ เพราะไม่มีการบรรลุพระนิพพาน ในเพราะความไม่มี (ขันธ์) อดีตและอนาคต (ไม่มีขันธ์ อดีต อนาคตกับบรรลุพระนิพพานได้)”

หากแย้งอีกว่า “(มีใช่แต่ขันธ์อดีตอนาคตเท่านั้น) แม้ความไม่มีวัตตมานขันธ์ (คือขันธ์ปัจจุบัน) ทั้งหลาย ก็เป็นนิพพานด้วย” ดังนี้ไซร้ คำแก้พึงมีว่า “หามิได้ เพราะพระนิพพานหาได้มีเพราะความไม่มีวัตตมานขันธ์เหล่านั้นไม่ อนึ่ง เพราะเมื่อวัตตมานขันธ์ไม่มีพระนิพพานก็ถึงซึ่งความไม่เป็นไป (ด้วย) (มิใช่ไม่มีวัตตมานขันธ์แล้วเป็นนิพพานดอก) และเพราะโทษคือไม่มีการบรรลุสุปาทิเสสนิพพานธาตุในขณะแห่งมรรคจิตซึ่งอาศัยวัตตมานขันธ์ด้วย (คือว่าในขณะแห่งมรรคจะบรรลุนิพพานไม่ได้)”

พวกแย้งอีกว่า “โทษไม่มีเพราะในขณะ (แห่งมรรค) นั้นกิเลสทั้งหลายก็ไม่เป็นไปอยู่ (แล้ว)” ดังนี้ไซร้ คำแก้พึงมีว่า “หามิได้ เพราะ (หากในขณะแห่งมรรคกิเลสไม่เป็นไปละก็) อริยมรรคก็ต้องถึงความไม่มีประโยชน์” นะซี จริงทีเดียว เมื่อเป็นอย่างนั้น กิเลสทั้งหลายก็ (เป็นอัน) ไม่มีมา แต่ก่อนขณะแห่งอริยมรรค เพราะฉะนั้น อริยมรรคก็ถึงความไม่มีประโยชน์

เพราะเหตุดังกล่าวมานั้น ข้อที่ว่าพระนิพพานไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ดูเขากระต่าย และว่าความปฏิบัติไม่เป็นหมัน เพราะความปฏิบัตินั้นเป็นเหตุให้ถึงความไม่มี และว่าโทษคือบรรลุพระนิพพานในขณะแห่งมรรคไม่ได้นั้นไม่มี เพราะในขณะแห่งมรรค กิเลสก็ไม่เป็นไปอยู่แล้ว นั้นจึงมิใช่เหตุ (คือไม่ชอบแก่เหตุ)

[๕๕๙] หากมีคำยืนยันอีกว่า ขโย ความสิ้นไปเป็นนิพพาน โดยพระบาลีว่า “โย โข อาวุโส ราคกฺขโย อาวุโส ความสิ้นไปแห่งราคะใดแล” เป็นต้นดังนี้ไซร้ คำแก้พึงมีว่า หามิได้ เพราะเพียงแต่ความสิ้น หมายถึงพระอรหัตก็ได้ ด้วยพระอรหัตนั้น ท่านก็แสดงไว้โดยนัยว่า “โย โข อาวุโส ราคกฺขโย” เป็นต้น ด้วยเหมือนกัน ยังมี (ผิด) อะไรๆ ต่อไปอีก คือ (การกล่าว เพียงแต่ว่าความสิ้นกิเลสเป็นนิพพานนั้นไม่ชอบ) เพราะ โทษคือพระนิพพานกลายเป็นธรรมชาติมีชั่วกาลอันสิ้นเป็นไป จริงอยู่ เมื่อเป็นอย่างนั้น พระนิพพานก็ถึงซึ่งความเป็นธรรมชาติมีชั่วกาลอันสิ้น ความเป็นธรรมชาติอันมีลักษณะแห่งสังขตธรรม และความเป็นธรรมชาติที่จะพึงบรรลุได้โดย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka