visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 858 | >>

เป็นตัวตน มรรคเว้นจากความยั่งยืน ความสุข และความเป็นตัวตน

หรือว่าสัจจจะ ๓ ว่างจากนิโรธ และนิโรธก็ว่างจากสัจจจะ ๓ ที่เหลือ หรือว่าในสัจจจะ ๔ นี้ สัจจจะ ที่เป็นเหตุ ว่างจากสัจจจะที่เป็นผล เพราะไม่มีทุกข์ในสมุทัย และไม่มีนิโรธในมรรค (เหตุ) หาร่วมควรมรรคกับผล ดังเช่นปกติ (หรือประพฤติ) ของพวกปกติว่าที่ไม่ และผลเล่าก็ว่างจากเหตุ เพราะทุกข์กับสมุทัยและนิโรธกับมรรคร่วมกลุ่มกันไม่ได้ (ผล) หาร่วมอยู่ในเหตุ เป็นเหตุผล (ผลร่วมเหตุ) ดังเช่น ทวิคุณผล (ผลเกิดแต่คุณ ๒) เป็นต้นของพวกสมวายวาทีไม่ เพราะเหตุนั้น นักปราชญ์จึงกล่าวคำประพันธ์ไว้ว่า :-

ในสัจจจะ ๔ นี้ สัจจจะ ๓ ว่างจากนิโรธ นิพพุติ (คือนิโรธ)
เล่า ก็ว่างจากสัจจจะ ๓ นั้น สัจจจะที่เป็นเหตุว่างจากสัจจจะที่
เป็นผล สัจจจะที่เป็นผลนั่นเล่าก็ว่างจากสัจจจะที่เป็นเหตุ

พึงทราบวินิจฉัยโดยว่างเปล่าดังกล่าวมาจะนี้ก่อน

โดยอย่างต่างๆ มีอย่างเดียวเป็นต้น

[๕๖๘] ข้อว่า โดยอย่างต่างๆ มีอย่างเดียวเป็นต้น ความว่า ก็แลในสัจจจะ ๔ นี้ ทุกข์ทั้งหมดเป็นอย่างเดียว โดยเป็นปวัตติ (ความหมุนไปแห่งสังสาร) เป็น ๒ โดยเป็นนามและรูป เป็น ๓ โดยต่างแห่งอุปัตติภพ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ เป็น ๔ โดยแยกตามอาหาร ๔ (ที่เป็นปัจจัย) เป็น ๕ โดยแยกเป็นอุปาทานขันธ์ ๕

แม้สมุทัย ก็เป็นอย่างเดียวกัน โดยเป็นปวัตตกะ (ผู้ยังสังสารให้หมุนไป) เป็น ๒ โดยเป็นสัมปยุตกับทิฏฐิและไม่สัมปยุตกับทิฏฐิ เป็น ๓ โดยต่างแห่งกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็น ๔ โดยเป็นโทษที่พึงละด้วยมรรค ๔ เป็น ๕ โดยแยกเป็นความมุ่งยินดีในอารมณ์ ๕ มีมุ่งยินดีในรูปเป็นต้น เป็น ๖ โดยแยกเป็นกองตัณหา ๖

ส่วนนิโรธเป็นอย่างเดียว โดยเป็นอสังขตธาตุ แต่โดยปริยายเป็น ๒ โดยเป็นสอุปาทิเสสและอนุปาทิเสส เป็น ๓ โดยเป็นความสิ้นรูปแห่งภพ ๓ เป็น ๔ โดยเป็นธรรมที่พึงบรรลุด้วยมรรค ๔ เป็น ๕ โดยเป็นความหายไปแห่งความมุ่งยินดี ๕ เป็น ๖ โดยเป็นความทำลายไปแห่งกองตัณหา ๖

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka