visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 860 | >>

เก็บดอกไม้ตามชอบใจมาประดับกาย เล่นนกขัตฤกษ์ได้ฉันใด ข้ออุปมยนี้ก็พึงเห็นฉันนั้น อันธรรม ๓ ประการ มีสัมมาวายามะเป็นต้น เป็นธรรมเกิดร่วมกัน เปรียบเหมือนสหาย ๓ คน ผู้เข้าสู่อุทยานด้วยกัน อารมณ์ (ของสมาธิ) เหมือนต้นจำปามีดอกบานงาม สมาธิที่ไม่อาจแนบแน่น โดยความเป็นหนึ่งแน่นอนอารมณ์โดยธรรมดาของตนได้ เหมือนสหายผู้แม้เอื้อมมือขึ้นไปแล้ว แต่เก็บไม่ถึง วายามะเหมือนสหายผู้ก้มหลังให้ สติเหมือนสหายผู้ยืนเอียงไหล่ให้ เมื่อวิริยะยังทำกิจคือการประคอง (จิต) ให้สำเร็จ และเมื่อสติยังทำกิจคือไม่พันเพื่อนไปให้สำเร็จอยู่ สมาธิเป็นธรรมได้รับอุปการะ (ดังนั้น) แล้วจึงอาจแนบแน่นโดยความเป็นหนึ่งแน่นอนอารมณ์ได้ เปรียบเหมือนในสหาย ๓ คนนั้น ผู้หนึ่งยืนบนหลังอีกคนหนึ่ง เหยียบยืนไหล่ส่อกคนหนึ่ง จึงสามารถเก็บดอกไม้ได้ ตามชอบใจฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ในธรรม ๓ ประการนั้น สมาธิอย่างเดียวท่านสงเคราะห์เข้าด้วยสมาธิขันธ์โดยความมีชาติสเสมอกัน ส่วนวายามะและสติ เป็นธรรมที่ท่านสงเคราะห์เข้าโดยกิริยา (คือเป็นธรรมอุดหนุนสมาธิ)

แม้ในสัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะเล่า ปัญญาก็มีอาจตัดสินอารมณ์ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาโดยธรรมดาของตนได้ ต่อเมื่อวิตกแคะ ๆ ให้งอาจตัดสินได้ ข้อปุ่อย่างไร ? เหมือนอย่างว่า เหรียญกึ่งวางหรือเหรียญษาปณ์ลงที่ (ฝา) มือแล้ว แม้เป็นผู้ใคร่จะตรวจดูในทุกส่วน (ของเหรียญ) ก็มีอาจใช้ปลายตาพลิก (ดู) ได้เลย ต่อใช้ข้อนิ้วมือ (จับ) พลิกไปมา จึงอาจดูส่วนนั้นส่วนนี้ได้ ฉันใด ปัญญาก็ฉันนั้น เหมือนกัน มีอาจตัดสินอารมณ์โดยว่าไม่เที่ยงเป็นต้นโดยธรรมดาของตนได้ ต่อวิตกซึ่งมีการปัก (จิต) ลงไปเฉพาะ (ในอารมณ์) เป็นลักษณะ มีการกระทบ (อารมณ์) เป็นรสดังว่าแคะเอามาให้ และดังว่าพลิกเอามาให้นั่นแหละ จึงอาจตัดสินได้ เพราะเหตุนั้น แม้ในองค์มรรค ๒ นี้ ก็สัมมาทิฏฐิเท่านั้น ท่านสงเคราะห์เข้าด้วยปัญญาขันธ์โดยมีชาติสเสมอกัน ส่วนสัมมาสังกัปปะ เป็นธรรมที่ท่านสงเคราะห์เข้าโดยเป็นกิริยา (คือเป็นองค์อุดหนุน)

มรรคถึงความสงเคราะห์เข้าด้วย (ธรรม) ขันธ์ ๓ นี้ ด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงว่า “มรรคเป็น ๓ โดยต่างแห่ง (ธรรม) ขันธ์ ๓”

มรรคนั้นเป็น ๔ ด้วยอำนาจแห่งมรรค ๔ มีโสดาปัตติมรรคเป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka