visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 869 | >>

และชื่อว่าปฏิจจสมุปบาท (นั้นแลก็มิใช่ขึ้น) ในเพราะความมีแปลก ๆ แห่งสังขารนั้นแหละ” ดังนี้ ความสำคัญเอาแห่งอาจารย์เหล่านั้นก็ไม่ชอบ เพราะอะไร เพราะกล่าวเหตุของปัจจยธรรมทั้งหลายมีอวิชชา เป็นต้น ที่จริงปัจจยธรรมทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้นนั่นเอง พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นตัวเหตุโดยนัยพระสูตรว่า “เพราะเหตุนั้นนั่นแล อานนท์ สิ่งนั้นแลเป็นเหตุ สิ่งนั้นเป็นนิทาน สิ่งนั้นเป็นสมุทัย สิ่งนั้นเป็นปัจจัยแห่งชรามรณะ สิ่งนี้คืออะไร คือชาติ ฯลฯ สิ่งนั้นเป็นเหตุแห่งสังขารทั้งหลาย สิ่งนี้คืออะไร คืออวิชชา” ดังนี้ หาใช่ความมีแปลก ๆ แห่งสังขารเป็นต้นนั้น (เป็นปฏิจจสมุปบาท) ไม่ เพราะเหตุนั้น พึงทราบเถิดว่าปัจจยธรรมทั้งหลาย (นั้นแหละ) ชื่อว่าปฏิจจสมุปบาท คำนั้นที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ดังนี้ คำนั้นพึงทราบว่าเป็นคำกล่าวชอบแล้ว

[๕๗๗] ส่วนความเข้าใจอันใด เกิดขึ้นในบทปฏิจจสมุปบาทนั้นว่า ความเกิดขึ้นนี้เองเรียกว่าปฏิจจสมุปบาท (ไม่ใช่เหตุ) ด้วยอายาแห่งพยัญชนะว่า ปฏิจจสมุปบาทนี้ ความเข้าใจอันนั้น อาจารย์ทั้งหลายพึงถือเอาอรรถแห่งบทนี้ โดยนัยที่กล่าวแล้วนั้น แล้วระงับเสียเถิด ด้วยว่า :-

ในกลุ่ม (ปัจจุบัน) ธรรมอันเป็นไปเพราะกลุ่มปัจจยธรรม
นั้น คำ (ปฏิจจสมุปบาท) นี้ (ท่านประสงค์) โดยส่วน ๒
(คือทั้งส่วนผลและส่วนเหตุ) เหตุใด เพราะเหตุนั้น (แม้)
ปัจจัยแห่งกลุ่มธรรมนั้น พระผู้มีพระภาคก็ตรัสเรียกว่า
ปฏิจจสมุปบาท โดยอุปจาร (คือโวหาร) แห่งผล

จริงอยู่ กลุ่มธรรม (ปัจจัยที่เป็นผล) อันเป็นไป (คือเกิดขึ้น) เพราะกลุ่มปัจจัยอันนี้ใด ในกลุ่มธรรมนั้น บัณฑิตทั้งหลายประสงค์เอาคำว่าปฏิจจสมุปบาทนี้เป็น ๒ ส่วน ขยาย ความว่า :-

ปฏิจจสมุปบาทส่วนผล

กลุ่มธรรมนั้น อันบัณฑิตอาศัย (ดำเนินญาณ) อยู่ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์และเพื่อความสุข (ที่เป็นโลกุตตระ) เหตุใด เพราะเหตุนั้น กลุ่มธรรมนั้นจึงชื่อปฏิจจะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka