visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 885 | >>

แม้ความมีอย่างต่างๆ มีอย่างเดียวเป็นต้นแห่งองค์ที่เหลือมีผัสสะเป็นอาทิ ก็พึงทราบโดยนัย (ที่กล่าว) นี้ทุกองค์

วินิจฉัยโดยอย่างต่างๆ มีอย่างเดียวเป็นต้น ในพระบาลีปฏิจจสมุปบาทนี้ พึงทราบดังกล่าวมาจะนี้ประการ ๑

โดยกำหนดองค์

[๕๙๐] ข้อว่า “และโดยกำหนดองค์ทั้งหลาย” มีวินิจฉัยว่า ก็แลในปฏิจจสมุปบาท ธรรมทั้งหลายนี้ ธรรมมีโสกะเป็นต้น พระผู้มีพระภาคตรัสเพื่อแสดงความไม่ขาดตอนแห่งภวจักร (วงล้อแห่งภพ) เพราะธรรมมีโสกะเป็นต้นนั้น ย่อมมีแก่คนเขลาผู้ถูกชราและมรณะกระทบเอา ดังที่ตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่สดับ เป็นผู้ถูกทุกขเวทนาทางกายต้องเอาแล้ว ย่อมเศร้าโศกกล่าวถึงอุระครวญทุกข์ออกร่ำไห้ ถึงซึ่งความฟั่นเฟือนไป” เป็นต้น และด้วยพระพุทธพจน์ว่า “ความหมุนไปแห่งธรรมทั้งหลายมีโสกะเป็นต้นนั้น ยังมีอยู่ตราบใดความหมุนไปแห่งอวิชชาก็ยังมีอยู่ตราบนั้น” ดังนี้ ภวจักร ก็เป็นอันเชื่อมเข้ากับบทว่า อวิชชาปจฺจยา สงฺขารา อีกเล่า เพราะเหตุนั้น ธรรม ๑๒ เท่านั้น โดยนำสังเขปรวมมีโสกะเป็นต้นนั้นแหละเข้าเป็นอันเดียวกันกับชรามรณะเสีย พึงทราบว่าเป็นองค์แห่งปฏิจจสมุปบาท

วินิจฉัยโดยกำหนดองค์ทั้งหลายในพระบาลีปฏิจจสมุปบาทนี้ บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาจะนี้

นี่เป็นเพียงสังเขปคาถาในปฏิจจสมุปบาทธรรมนี้

[๕๙๑] ส่วนความต่อไปจะเป็นวัตตารนัย

แก้บทอวิชชา

โดยปริยาย (ทาง) พระสูตร ความไม่รู้ในฐานะ ๔ มีทุกข์เป็นต้นชื่อว่าอวิชชา โดยปริยาย (ทาง) พระอภิธรรม ความไม่รู้ในฐานะ ๘ กับปุพพันตะเป็นต้น ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า “ในธรรมเหล่านั้น อวิชชา เป็นไฉน ? ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ ความ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka