visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 890 | >>

แก้ศัพท์ปัจจัย

ส่วนความ (ต่อไป) นี้ เป็นความหมายแห่งคำในคำว่า “ปัจจัย” นี้ ธรรม (ที่เป็นผล) อาศัยไปแต่ธรรม (ที่เป็นเหตุ) นั้น หมายความว่าไม่ปฏิเสธธรรม (ที่เป็นเหตุ) นั้นเป็นไป เหตุนั้นธรรม (ที่เป็นเหตุ)นั้นจึงชื่อว่าปัจจัย มีคำอธิบายว่า อันธรรม (ที่เป็นผล) ไปอาศัย คือไม่ปฏิเสธซึ่งธรรม (ที่เป็นเหตุ) โดย ตั้งอยู่หรือว่าเกิดขึ้นก็ดี ธรรม (ที่เป็นเหตุ) นั้นชื่อว่าเป็นปัจจัยแห่งธรรม (ที่เป็นผล) นั้น แต่ (เมื่อว่า) โดยลักษณะ ปัจจัยคือความอุดหนุนเป็นลักษณะ ด้วยว่าธรรม (ที่เป็นเหตุ) ใด เป็นสภาพอุดหนุนเพื่อความตั้งอยู่หรือเพื่อความเกิดขึ้นแห่งธรรม (ที่เป็นผล) ใด ธรรม (ที่เป็นเหตุ) นั้น ท่านเรียกว่าเป็นปัจจัยแห่งธรรม (ที่เป็นผล) นั้น

คำว่า “ปัจจย เหตุ การณะ นิทานะ สัมภวะ ปภวะ” เป็นต้น โดยความก็คำเดียวกัน ต่างกันแต่โดยพยัญชนะ

ธรรมชื่อว่าเหตุ เพราะอรรถว่าเป็นมูล ชื่อว่าปัจจัย เพราะอรรถว่าเป็นสภาพอุดหนุน ดังกล่าวมาจะนี้ เพราะเหตุนั้น เมื่อว่าโดยสังเขป ธรรมผู้อุดหนุนโดยความหมายว่าเป็นมูล ชื่อว่าเหตุปัจจัย

อธิบายของอาจารย์ทั้งหลายว่า “เหตุปัจจัยนั้นเป็นสภาพยังความเป็นกุศลเป็นต้นให้สำเร็จแก่ (สัมปยุต) ธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นอาทิ ดังพืชทั้งหลายมีพืชข้าวสาลีเป็นต้น ยัง (ความเป็น) ธัญชาติ มีข้าวสาลีเป็นอาทิให้สำเร็จ และดังสีของมณีเป็นต้นยังแสงของมณีเป็นอาทิให้สำเร็จ ฉะนั้น” ก็เมื่อเป็นอย่างนั้น ความเป็นเหตุปัจจัยก็ไม่สำเร็จไปถึงในรูปทั้งหลายที่มีเหตุนั้นเป็นสมุฏฐาน (ด้วยนะซี) เพราะว่าเหตุปัจจัยนั้นหายังความเป็นกุศลเป็นต้นให้สำเร็จแก่รูปเหล่านั้นไม่ แต่ก็มีใช่ไม่เป็นปัจจัย สมพระบาลีว่า “เหตุเป็นปัจจัยโดยเป็นเหตุปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตกับเหตุ และแก่รูปทั้งหลายที่มีเหตุนั้นเป็นสมุฏฐาน” ดังนี้ อนึ่ง สำหรับอกุศลจิตทั้งหลาย ความเป็นอัพยากฤต เว้นเหตุนั้นเสียก็สำเร็จได้ (เพราะอัพยากฤตเป็นอกุศละ) แม้สำหรับสเหตุกจิตทั้งหลายเล่า ความเป็นกุศลเป็นต้นก็นื่องด้วยโยนิโสมนสิการเป็นต้น มิใช่นื่องด้วยสัมปยุตเหตุ (เหตุ ผู้สัมปยุต) และหากว่าความเป็นกุศลเป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka