visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 891 | >>

พึงมีโดยสภาวะแท้ในสัมปยุตเหตุทั้งหลายไซร้ ในสัมปยุตธรรมทั้งหลาย อโลภะ ซึ่งเนื่องด้วยเหตุ ก็พึงเป็นกุศลบ้าง เป็นอัพยากฤตบ้าง แต่เพราะเป็นได้ทั้งสองอย่าง เหตุนั้นในสัมปยุตธรรมทั้งหลาย หากความเป็นกุศลเป็นต้น (ที่เนื่องด้วยเหตุ) มิใช่เป็นโดยสภาวะ) ได้ฉันใด แม้ในเหตุทั้งหลาย ก็พึงหาความเป็นกุศลเป็นต้น (ที่เนื่องด้วยธรรมอื่น มิใช่เป็นโดยสภาวะ) ได้ฉันนั้น

แต่อันที่จริง เมื่ออรรถว่าเป็นมูลแห่งเหตุทั้งหลาย บัณฑิตไม่ถือเอาโดยว่า เป็นเหตุยังความเป็นกุศลเป็นต้นให้สำเร็จ (แต่) ถือเอาโดยว่าเป็นเหตุยังความตั้งมั่นด้วยดี (แห่งธรรมทั้งหลาย) ให้สำเร็จ ก็ไม่ผิดอะไรเลย แท้จริง ธรรมทั้งหลายที่ได้เหตุปัจจัยแล้ว ย่อมเป็นธรรมมั่นคงตั้งลงด้วยดี ดังต้นไม้ทั้งหลายที่มีรากอันงามแล้วก็ตั้งอยู่ได้ด้วยดีฉะนั้น (ส่วน) อเหตุกธรรมทั้งหลาย เป็นธรรมไม่ตั้งมั่นด้วยดี ดุจสาหร่ายทั้งหลายมีสาหร่ายชนิดติลพืชะ (สาหร่ายเมล็ดงา) เป็นต้น ฉะนั้น เหตุปัจจัยเป็นธรรมอุดหนุนโดยความหมายว่าเป็นมูลดังนี้ เพราะเหตุนั้น ธรรมผู้อุดหนุนโดยยังความตั้งมั่นด้วยดี (แห่งสัมปยุตธรรม) ให้สำเร็จ บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าเหตุปัจจัย

แก้อารัมมณปัจจัย

[๕๙๖] ในอุเทศบทต่อนั้นไป ธรรมผู้อุดหนุนโดยความเป็นอารมณ์ ชื่อว่า อารัมมณปัจจัย ธรรมอะไรๆ จะไม่เป็นอารัมมณปัจจัยนั้นไม่มี เพราะคำินเทศ แม้ท่านจะขึ้นต้นว่า “รูปายตนะ เป็นปัจจัยโดยเป็นอารัมมณปัจจัยแห่งจักขุวิญญาณธาตุ” ดังนี้ เป็นต้น แต่ก็ลงท้ายว่า “ธรรมทั้งหลายใดๆ เป็นจิตและเจตสิกธรรม ปรากรธรรมใดๆ เกิดขึ้น ธรรมทั้งหลาย (ที่ถูกปรากร) นั้นๆ ย่อมเป็นปัจจัยโดยเป็นอารัมมณปัจจัยแห่งธรรม (ที่เกิดขึ้น) นั้นๆ” ฉะนี้ เปรียบเหมือนคนกำลังน้อยได้ยึดท่อนไม้หรือเชือกนั่นแหละ จึงลุกขึ้นและยืนอยู่ได้ฉันใด จิตและเจตสิกธรรมทั้งหลายก็ฉันนั้น ปรากรอารมณ์มีรูปเป็นต้นเท่านั้นแหละจึงเกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้ เพราะเหตุนั้น ธรรมทั้งหลายอันเป็นอารมณ์แห่งจิตและเจตสิกทั้งหลายทั้งปวง บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าอารัมมณปัจจัย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka