visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 897 | >>

ความเป็นธรรมสามารถในอันยังจิตตปบาทที่ควรแก่ลำดับของตนๆ ให้เป็นไป (ส่วน) ความเป็นอนันตรูปนิสสยะ พึงทราบโดยความที่จิตดวงก่อนเป็นเหตุที่มีกำลังในอันยังจิตดวงหลังให้เกิดขึ้น เพราะในบรรดาเหตุปัจจัยธรรมเป็นต้น จิตแม้จะเว้นธรรมบางประเภท ก็ยังเกิดขึ้นได้ ฉันใด (แต่) เว้นอนันตรจิต (จิตที่เกิดสืบต่อๆ กัน) เสีย จิต (ดวงหลังๆ) ชื่อว่าจะเกิดขึ้น ฉันนั้น หาได้ไม่ เพราะเหตุนั้น อนันตรูปนิสสยะจึงเป็นปัจจัยมีกำลังด้วยประการดังกล่าวมานี้ ความต่างกันแห่งธรรม ๒ อย่างนั้น บัณฑิตพึงทราบดังนี้เถิดว่า “ธรรมเป็นอนันตรปัจจัยด้วยอำนาจแห่งความ (สามารถ) ยังจิตอันควรแก่ลำดับของตนๆ ให้เกิดขึ้นเป็นอนันตรูปนิสสยะด้วยอำนาจแห่งความเป็นเหตุที่มีกำลัง”

ปกตูปนิสสยะ

ส่วนปกตูปนิสสยะ พึงทราบ (ดังต่อไปนี้) ว่า อุปนิสสยะที่ทำๆ ขึ้นอย่างดี ชื่อว่า ปกตูปนิสสยะ ปัจจัยธรรมที่บุคคลสร้างขึ้นในสันดานของตนก็ดี ปัจจัยภายนอกมีฤดูและโภชนะ เป็นต้น ที่บุคคลเสพด้วยอำนาจศรัทธาและศีลเป็นต้นก็ดี ชื่อว่าปกตะ (ทำขึ้นอย่างดี)

อีกนัยหนึ่ง อุปนิสสยะ โดยปกติ (คือโดยสภาวะของตน) นั่นเอง ชื่อว่า ปกตูปนิสสยะ หมายความว่าไม่เจือปนด้วยอารัมมณูปนิสสยะและอนันตรูปนิสสยะ

ประเภทโดยเอกประการแห่งปกตูปนิสสยะนั้นพึงทราบโดยนัยว่า “ปกตูปนิสสยะ คือ บุคคลอาศัยยิ่งนักซึ่งศรัทธาแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม ยังฌานให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยังอภิญญาให้เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น อาศัยยิ่งนักซึ่งศีล สุตะ จาคะ ปัญญาแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัยแห่งศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา” ดังนี้เป็นต้น

ธรรมทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นนี้ อันบุคคลทำขึ้นอย่างดีโดยเป็นอุปนิสสยะด้วยความหมายว่าเป็นเหตุที่มีกำลังด้วยดังกล่าวมาจะนี้ เหตุนั้นจึงได้ชื่อว่าปกตูปนิสสยะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka