visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 908 | >>

ดินนั้นแล เป็นปัจจัยแห่งเมล็ดข้าวสาลีเป็นต้น รูปซึ่งแม้ไม่มีเหมือนกัน แต่เป็นปัจจัยแห่งรูปได้ อรูปเล่าก็เป็นปัจจัยแห่งรูปได้ และขนโค ขนแกะ เขาสัตว์ นมส้ม งา แป้งเป็นต้น ซึ่งไม่เหมือนกันก็เป็นปัจจัยแห่งหญ้าแพรกและตะไคร้เป็นต้นได้ แต่ปัจจัยธรรมเหล่านั้นเป็นปัจจัยที่ผิดกันไม่ผิดกันและเหมือนกัน ไม่เหมือนกัน (ก็ดี) แห่งธรรมเหล่าใด ธรรมเหล่านั้นก็มิได้เป็นวิบากแห่ง (ปัจจัย) ธรรมเหล่านั้นเลย

ด้วยประการดังนี้ อวิชชานี้ แม้ว่าโดยวิบาก เป็นสิ่งที่มีผลไม่น่าปรารถนาโดยส่วนเดียว และว่าโดยสภาวะก็เป็นสิ่งมีโทษ (แต่ก็) พึงทราบเถิดว่า มันเป็นปัจจัยแก่สังขารมีปุญญาภิสังขารเป็นต้นนั้นทั้งหมดได้ ด้วยสามารถเป็นปัจจัยที่ผิดกัน และไม่ผิดกันโดยฐานะ กิจ สภาวะและด้วยสามารถเป็นปัจจัยที่เหมือนกัน และไม่เหมือนกันตามควร ก็แลความที่มันเป็นปัจจัยนั้น ได้กล่าวแล้วโดยนัยว่า “ความไม่รู้ที่นับว่าอวิชชาในทุกข์เป็นต้น บุคคลใดยังละไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นเพราะความไม่รู้ในทุกข์ก่อน และในวัตถุแห่งอวิชชาทั้งหลายมีขันธ์ปัญจกะส่วนอดีตเป็นต้น จึงยึดเอาสังสารทุกข์ไว้โดยสำคัญว่า เป็นสุขแล้วย่อมริ (ทำ) สังขารทั้ง ๓ อย่างอันเป็นเหตุแห่งสังสารทุกข์นั้นขึ้น” ดังนี้เป็นต้นนั่นแล

[๖๑๙] (ต่อไป) นี้เป็นปริยายอื่นอีกปริยายหนึ่งว่า

บุคคลใดหลงใน (เรื่อง) อดีต และอุปบาท (เรื่องสงสาร)
ในลักษณะแห่งสังขารทั้งหลายและในปฏิจจสมุปปันน-
ธรรมทั้งหลาย บุคคลนั้นย่อมสร้างสังขารทั้ง ๓ นั้นขึ้น
(ทั้งนี้ก็) เพราะเหตุที่อวิชชาเป็นปัจจัยแก่สังขารทั้ง ๓ นั้น

หากมีคำถามว่า “ก็ไฉน บุคคลใดหลงในธรรมเหล่านั้น บุคคลนั้นจึงทำสังขารทั้งสามนั้นขึ้น” ดังนี้ไซร้ คำแก้พึงมีว่า “อันดับแรกบุคคลผู้หลงใน (เรื่อง) อดีต ไม่ถือเอาอดีต (โดยความจริง) ว่า “ความแตกแห่งขันธ์หลายย่อมมีหมดทั้งปวง ชื่อว่ามรณะ (แต่) กำหนดใจไปว่า ‘สัตว์ตาย ความตายก็คือความก้าวไป (คือเคลื่อนไป) สู่ร่างอื่นแห่งสัตว์’ ดังนี้เป็นต้น

ผู้หลงในอุปบาท ไม่ถือเอาอุปบาท (โดยความจริง) ว่า “ความปรากฏขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายในภพทั้งปวง ชื่อว่าชาติ” (แต่) กำหนดใจไปว่า ‘สัตว์เกิดขึ้น ความเกิดก็คือความปรากฏขึ้นแห่งร่างใหม่ของสัตว์’ ดังนี้เป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka