visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 910 | >>
ใดเขาจักรู้ธรรมแล้วตรัสรู้สัจจะได้ เมื่อนั้น เพราะอวิชชา
สงบไป เขาจึงจักเป็นอุปสันตบุคคลไปได้ นี่เป็นวัตตารกถา
ในบทว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา

สังขารเป็นปัจจัยแห่งวิญญาณ

[๖๒๐] (ต่อไปนี้เป็น) วัตตารกถาในบท สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ

คำว่า วิญญาณ ได้แก่ วิญญาณ ๖ มีจักขุวิญญาณเป็นต้น ในวิญญาณ ๖ นั้น จักขุวิญญาณ มี ๒ อย่าง คือ จักขุวิญญาณที่เป็นกุศลวิบากและที่เป็นอกุศลวิบาก โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ ก็อย่างนั้น มโนวิญญาณ มี ๒๒ คือ มโนธาตุ ๒ ที่เป็นกุศลวิบากและอกุศลวิบาก มโนวิญญาณธาตุที่เป็นอเหตุกะ ๓ กามาวจรวิปากจิตเป็นสเหตุุกะ ๘ รูปาวจรจิต ๕ อรูปาวจรจิต ๔ ดังนี้ จึงเป็นอันรวมวิปากวิญญาณฝ่ายโลกิยะทางวิญญาณ ๖ นี้ ทั้งหมดด้วยกันได้ ๓๒ ส่วนวิญญาณฝ่ายโลกุตตระทั้งหลายใช้ไม่ได้ในกถาว่าด้วยวัฏฏะ เพราะฉะนั้นจึงไม่ถือเอา

ในบทว่า วิญญาณมีเพราะปัจจัยคือสังขาร นั้น หากมีคำถามว่า “ก็ข้อนี้จะพึงทราบได้อย่างไรว่าวิญญาณมีประการดังกล่าวมานี้ ย่อมมีเพราะปัจจัยคือสังขาร” แก้ว่า “ทราบได้ เพราะเมื่อไม่มีกรรมที่ก่อไว้ วิบากก็ไม่มี” แท้จริง วิญญาณนั้นเป็นวิบาก อันวิบากในเมื่อไม่มีกรรมที่ก่อไว้ ย่อมไม่เกิดขึ้น ผิว่า มันจะพึงเกิดขึ้นได้ โดยไม่อาศัยกรรมไซร้ วิปากวิญญาณทุกอย่างก็จะพึงเกิดขึ้นแก่สัตว์ทุกจำพวกได้ (นะซี) แต่มันไม่เกิดดอก (ในเมื่อไม่มีกรรมที่ก่อไว้) เพราะเหตุนั้น จึงทราบข้อว่า วิญญาณนี้ย่อมมีเพราะปัจจัยคือสังขารนั้นได้

หากมีถามว่า “วิญญาณไหนย่อมมีเพราะปัจจัยคือสังขารไหน” ดังนี้ไซร้ พึงตอบว่า “อันดับแรก วิญญาณ ๑๖ ดวง คือวิญญาณมีจักขุวิญญาณเป็นต้นที่เป็นกุศลวิบาก ๕ มโนธาตุ ๑ และมโนวิญญาณธาตุ ๒ (ที่มา) ในมโนวิญญาณ กามาวจรวิปากวิญญาณ ๘ ย่อมมี เพราะปัจจัยคือปุญญาภิสังขารฝ่ายกามาวจร ดังพระบาลีว่า ‘เพราะกรรมที่เป็นกุศลฝ่ายกามาวจร อันบุคคลทำไว้แล้ว ก่อไว้แล้ว จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ ที่เป็นวิบากจึงเกิดขึ้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka