visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 916 | >>

๕ ขณะจิตที่เหลือ ปฏิสนธินี้เป็นปฏิสนธิมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน ในลำดับแห่งจุติซึ่งมีอารมณ์เป็นอดีต

ในมรณสมัย อารมณ์ทวารมอันเป็นเหตุแห่งกิเลสมีราคะเป็นต้น มาสู่คลองในทวาร ๕ ทวารใดทวารหนึ่งของบุคคลอีกคนหนึ่ง ชวนะ(เพียง)๕ เพราะเป็นจิตมีกำลังอ่อนด้วยความที่มรณะใกล้เข้ามา และตทารัมมณะ ๒ เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในที่สุดแห่งโวฏฐัพพนะอันเกิดขึ้นตามลำดับ ต่อบั้น จุติจิต ๑ ดวง ทำอารมณ์ของภวังค์ให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้น ก็แลขณะจิต ๑๕ คือ ภวังค์ ๒ อาวัชชนะ (๑) ทัสสนะ (เห็น ๑) สัมปฏิจฉนะ (๑) สันตีรณะ (๑) โวฏฐัพพนะ (๑) ชวนะ ๕ ตทารัมมณะ ๒ จุติจิต ๑ เพียงนั้นนับว่าเป็นอดีต ลำดับนั้น ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นในอารมณ์นั้นนั่นแหละ ซึ่งมีอายุชั่วขณะจิต ๑ ที่เหลือ แม้ปฏิสนธินี้ก็เป็นปฏิสนธิมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน (เกิด) ในลำดับแห่งจุติซึ่งมีอารมณ์เป็นอดีต

นี่เป็นอาการเป็นไปแห่งทุกคติปฏิสนธิอันมีอารมณ์เป็นอดีตบ้าง ปัจจุบันบ้าง (เกิด) ในลำดับแห่งสุดติจุติ ซึ่งมีอารมณ์เป็นอดีตเท่านั้นก่อน

[๖๒๔] สำหรับผู้ตั้งอยู่ในทคติ (แต่) มีกรรมอันไม่มีโทษได้สั่งสมไว้ คำทั้งปวงบัณฑิตก็พึงทราบโดยนัยก่อนนั่นแล โดยบรรจุคำฝ่ายขาวลง (แทน) ในคำฝ่ายดำ เช่นว่า “กรรมไม่มีโทษนั้นบ้าง กรรมนิมิตบ้าง ย่อมมาปรากฏในมโนทวารเป็นต้นตามนัยก่อนเถิด นี่เป็นอาการเป็นไปแห่งสุคติและปฏิสนธิอันมีอารมณ์เป็นอดีตและปัจจุบัน (เกิด) ในลำดับแห่งทุกคติจุติ ซึ่งมีอารมณ์เป็นอดีต”

[๖๒๕] ข้างฝ่ายผู้ตั้งอยู่ในสุคติมีกรรมอันไม่มีโทษได้สั่งสมไว้ (เจ็บหนัก) นอนอยู่บนเตียง มรณกรรมไม่มีโทษตามที่ได้สั่งสมไว้บ้าง กรรมนิมิตบ้าง ย่อมมาปรากฏในมโนทวาร (ทั้งนี้) โดยพระบาลี (กล่าวไว้) ว่า “ในสมัยนั้น อนวัชชกรรมทั้งหลาย (ที่ตนสั่งสมไว้ก่อน) นั้นย่อมเกาะอยู่ (ในจิต) ของบุคคล (ผู้ใกล้ตาย) นั้น” ดังนี้เป็นต้น ก็แต่ว่า ข้อที่ไม่กำหนดแม้ว่า อนวัชชกรรมหรือกรรมนิมิตจะมาปรากฏทางมโนทวารนั้น สำหรับผู้สั่งสมอนวัชชกรรมฝ่ายกามาวจรไว้เท่านั้น ส่วนผู้สั่งสมมหัคคตกรรมไว้ มีแต่กรรมนิมิตอย่างเดียวมาปรากฏทาง (มโนทวาร) จุติจิตทำอารมณ์แห่งภวังค์ให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้นในลำดับแห่งชวนวิถีมีตทารัมมณะเป็น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka