ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ผล (แห่งกรรม) ที่มีในสันดาน (คือการสืบต่ออันหนึ่ง) หา (ไป) มีแก่ผู้อื่นไม่ และหามีแต่กรรมอื่นไม่ อสังขาร (สภาพที่ปรุงแต่ง) แห่งพืชทั้งหลาย เป็นสาธกแห่งความข้อนี้ได้
แท้จริง ผล (แห่งกรรม) เมื่อเกิดขึ้นในสันดานอันหนึ่ง (ถึงแม้) เพราะความเป็นอันเดียวกันและความต่างกันเด็ดขาดในสันดานอันหนึ่งนั้นถูกปฏิเสธ ก็มิหา (กลาย) เป็นว่า (ไป) เกิดแก่ผู้อื่น หรือเป็นว่าเกิดแต่กรรมอื่น (ไป) ไม่ ก็อสังขาร (สภาพที่ปรุงแต่ง) แห่งพืชทั้งหลายเป็นสาธกความแห่งคำนี้ได้ จริงอยู่ เมื่ออสังขารทั้งหลายแห่งพืชทั้งหลายมีพืชมะม่วงเป็นต้น อันธรรมชาติทำให้แล้ว ผลต่างๆ เมื่อเกิดขึ้นในกาลอื่น (ภายหลัง) เพราะได้ปัจจัยในสันดานแห่งพืชนั้น ก็มิใช่เกิดขึ้นแก่พืชอื่นๆ ไม่ ทั้งหาใช่เกิดเพราะปัจจัยคือ อสังขารอื่นไม่ แต่ว่าพืชเหล่านั้นหรืออสังขารทั้งหลายก็มิหา (ไป) ถึงที่เกิดผลไม่ ข้ออุปไมย บัณฑิตก็พึงทราบฉันนั้น
อนึ่ง ความข้อนี้พึงทราบแม้โดยวิทยา ศิลปะ และโอสถเป็นต้นที่บุคคลประกอบเข้าไว้ในตัวเด็กแล้ว (ไป) ให้ผลในตัว (คนนั้น) ที่เติบโตขึ้นเป็นต้น ในกาลอื่น (ภายหลัง) ก็ได้
แม้คำใดที่โจกาจารย์กล่าวว่า “อนึ่ง เมื่อผู้เสวย (ผล) ไม่มี ผลนั้นจะพึงมีแก่ใครเล่า” ดังนี้ ข้าพเจ้าจะเฉลยในคำนั้น (ต่อไป)
ความสมมติว่า (มี) ผู้เสวย ย่อมเป็นอันสำเร็จได้ด้วยความเกิดขึ้นแห่งผล เปรียบเหมือนความสมมติว่า มีผล เป็นอันสำเร็จได้ด้วยความเกิดขึ้นแห่งผลของต้นไม้ฉะนี้