visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 929 | >>

ส่วนอเนญชาภิสังขารเป็นปัจจัยโดยส่วนสองอย่างนั้นเหมือนกันแห่งวิปากวิญญาณ ๔ ในอรูปภพ ทั้งในปวัตติกาลและในปฏิสนธิกาล

สังขารเหล่านั้นเป็นปัจจัยแก่วิปากวิญญาณเหล่าใด ด้วยอำนาจแห่งปฏิสนธิและปวัตติในภพทั้งหลาย และมันเป็นปัจจัยด้วยประการใด พึงทราบด้วยประการนั้นดังกล่าวมาฉะนี้ก่อน แม้ในกำเนิดเป็นต้น ก็พึงทราบโดยนัยนั้นเหมือนกัน

[๖๓๗] (ต่อไป) นี้เป็นคำชี้แจงข้อสำคัญในกำเนิดเป็นต้นนั้นต่อไป

ก็เพราะว่าในสังขารทั้งหลายนั้น อันดับแรก ปุญญาภิสังขารให้ปฏิสนธิในภพ ๒ (คือกามภพและรูปภพ) แล้วยังวิบากของตนทั้งปวงให้เกิด (อย่างใด) ก็ให้ปฏิสนธิในกำเนิด ๔ มีอัณฑชะเป็นต้น ในคติ ๒ กล่าวคือเทวดาและมนุษย์ ในวิญญาณฐิติ ๔ ได้แก่ นานัตตกายนานัตตสัญญี (สัตว์เหล่าหนึ่งมีกายต่างกัน มีสัญญาต่างกัน) นานัตตกายเอกัตตสัญญี (สัตว์เหล่าหนึ่งมีกายต่างกันแต่มีสัญญาอย่างเดียวกัน) เอกัตตกายนานัตตสัญญี (สัตว์เหล่าหนึ่งมีกายอย่างเดียวกันแต่มีสัญญาต่างกัน) เอกัตตกายเอกัตตสัญญี (สัตว์เหล่าหนึ่งมีกายอย่างเดียวกันมีสัญญาอย่างเดียวกัน) และในสัตตาวาสเพียง ๔ เพราะว่าในอสัญญีสัตตาวาส ปุญญาภิสังขารนั้นปรุงแต่งแต่รูปอย่างเดียวเท่านั้น แล้วยังวิบากของตนทั้งปวงให้เกิดอย่างเดียวกันนั้น เพราะเหตุนั้น ปุญญาภิสังขารนั้นจึงเป็นปัจจัยโดยนัยที่กล่าวแล้ว (คือเป็นนานาภิกัมมปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย) นั่นแลแห่งวิปากวิญญาณ ๒๑ ในภพ ๒ กำเนิด ๔ คติ ๒ วิญญาณฐิติ ๔ และสัตตาวาส ๔ เหล่านั้น ทั้งในปฏิสนธิและในปวัตติกาลตามที่มันเป็น

ส่วนอปุญญาภิสังขารย่อมให้ผลโดย (ให้) ปฏิสนธิในกามภพ ภพเดียวเท่านั้น ใน กำเนิด ๔ นอกนั้นก็คติ ๓ ในวิญญาณฐิติเดียว คือนานัตตกายเอกัตตสัญญี และในสัตตาวาสก็เช่นนั้นเหมือนกัน เหตุใด เพราะเหตุนั้น อปุญญาภิสังขารนั้นจึงเป็นปัจจัย โดยนัยที่กล่าวแล้วนั้นเหมือนกันแห่งวิปากวิญญาณ ๗ ในภพเดียว ในกำเนิด ๔ ในคติ ๓ ในวิญญาณฐิติเดียว และในสัตตาวาสเดียว ทั้งในปฏิสนธิและในปวัตติกาล

ส่วนอเนญชาภิสังขารให้ผลโดย (ให้) ปฏิสนธิในอรูปภพ ภพเดียวเท่านั้น ในกำเนิด โอปปาติกะกำเนิดเดียว ในเทวคติคติเดียว ในวิญญาณฐิติ ๑ มีขึ้นอากาสา-

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka