ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
นัญจายตนะเป็นต้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น อเนญชาภิสังขารนั้นจึงเป็นปัจจัยโดยนัยที่กล่าวแล้วนั้นเหมือนกันแห่งวิญญาณ ๔ ในภพเดียว กำเนิดเดียว คติเดียว วิญญาณฐิติ ๓ สัตตาวาส ๔ ทั้งในปฏิสนธิและในปวัตติกาลแล
บัณฑิตพึงเข้าใจสังขารทั้งหลายนั้น (ว่า) เป็นปัจจัยแก่วิปากวิญญาณเหล่าไรและอย่างไร ในแหล่งเกิดทั้งหลายมีภพเป็นต้น ด้วยอำนาจ (คือ หลักบังคับ) แห่งปฏิสนธิและปวัตติโดยนัยดังกล่าวมาฉะนี้ เทอญ
นี่เป็นกถาอย่างพิสดารในบทว่า สังขารปจยา วิญญาณํ วิญญาณเป็นปัจจัยแก่นามรูป
[๖๓๘] ในบทว่า “วิญญาณปจยา นามรูปํ” บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัย โดยวิภาคแห่งนามรูปทั้งหลาย โดยความเป็นไป (แห่งนามรูป) ในแหล่งทั้งหลายมีภพเป็นต้น โดยสงเคราะห์ (ย่อเข้า) โดยปัจจัย
ก็ในข้อว่า “โดยวิภาคแห่งนามรูปทั้งหลาย” นั้น มีวินิจฉัยว่า ขันธ์ ๓ มีเวทนาเป็นต้น ชื่อว่า นาม เพราะน้อมไปมุ่งหน้าต่ออารมณ์ มหาภูต ๔ และอุปาทายรูป (รูปอาศัย) แห่งมหาภูต ๔ ชื่อว่า รูป วิภาค (คือประเภท) แห่งนามรูปทั้งหลายนั้น ได้กล่าวไว้ในขันธนิเทศก์แล้วแล
วินิจฉัยในบทว่า วิญญาณปจยา นามรูปํ นั้น โดยวิภาคแห่งนามรูปทั้งหลาย พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้ เป็นอันดับแรก
ส่วนในข้อว่า “โดยความเป็นไป (แห่งนามรูป) ในแหล่งทั้งหลายมีภพเป็นต้น” นี้ มีวินิจฉัยว่า นาม ย่อมเป็นไปในภพกำเนิด คติ วิญญาณฐิติทั้งปวงและในสัตตาวาสที่เหลือ เว้นสัตตาวาสหนึ่ง (คืออสัญญีสัตตาวาส) รูป ย่อมเป็นไปในภพ ๒ กำเนิด ๔ ในคติ ๔ ในวิญญาณฐิติ ๔ ข้างต้น ในสัตตาวาส ๕ ข้างต้น (รวมอสัญญีสัตตาวาส