visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 936 | >>

วินิจฉัยในบทว่า วิญญาณปจยา นามรูปํ นี้ โดยปัจจยนัย บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้ประการหนึ่ง แล

นี่เป็นกถาอย่างพิสดารในบทว่า วิญญาณปจยา นามรูปํ

นามรูปเป็นปัจจัยแห่งสฬายตนะ

[๖๔๑] ในบทว่า นามรูปปจยา สฬายตนํ

นาม ได้แก่ขันธ์ ๓ รูป ได้แก่รูปมีอุตุรูป และวัตถุรูป (หทยวัตถุ) เป็นต้น นามรูปนั้นอันทําให้เป็นเอกเสส เป็นปัจจัยแก่สฬายตนะนั้นอันทําให้เป็นเอกเสสเช่นนั้น เหมือนกัน

ขยายความ

ความว่า นามรูปอันเป็นปัจจัยแก่สฬายตนะนั้นใด ในนามรูปนั้น พึงทราบว่า ขันธ์ ๓ มีเวทนาเป็นต้น ชื่อว่านาม ส่วนรูปเป็นของเนื่องด้วยสิ่งที่มีสันตติ โดยเฉพาะได้แก่รูปมีอุตุรูป และวัตถุรูปเป็นต้น อย่างนี้คือ ภูตรูป ๔ วัตถุรูป ๖ ชีวิตินทรียรูป (๑) ก็แลนามรูปนั้นอันทําให้เป็นเอกเสสว่า “นามด้วย รูปด้วย ทั้งนามและรูปด้วย ชื่อว่า นามรูป” ดังนี้ พึงทราบว่า ย่อมเป็นปัจจัยแก่สฬายตนะอันทําให้เป็นเอกเสสเหมือนกันดังนี้ว่า “ฉฬายตนะ (อายตนะ ที่ ๖) ด้วย สฬายตนะ (อายตนะ ๖) ด้วย ชื่อว่า สฬายตนะ ถามว่า - เพราะเหตุไร (จึงทําเอกเสสอย่างนั้น) ตอบว่า - เพราะในอรูปภพ นามอย่างเดียวเป็นปัจจัย และนามนั้นก็เป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ เท่านั้น หาเป็นปัจจัยแก่อายตนะอื่นไม่ สมคําในวังคีว่า “นามปจยา ฉฬายตนํ อายตนะที่ ๖ ย่อมมีเพราะปัจจัยคือนาม” ดังนี้

ในบท (นี้) นั้น หากมีคําถามว่า ก็ข้อที่ว่า “นามรูปเป็นปัจจัยแก่สฬายตนะ” นั้น จะพึงทราบได้อย่างไร ? คําแก้พึงมีว่า “ทราบได้โดยที่มันมีไม่เมื่อนามรูปไม่มี” จริงอยู่ เพราะมีนาม และรูปนั้นๆ อายตนะนั้นๆ จึงมี มันหาโดยประการอื่นไม่ ก็แล ความที่อายตนะมีเพราะนามรูปนั้นมีนั้น จักมีแจ้งในปัจจยนัยทีเดียว (ต่อไปนี้)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka