ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ความว่า แม้ในภพอื่นจากอรูปภพ คือในปัญจโวการภพ วิปากนามนั้นเป็นสหาย (คือร่วมกับ) หทยวัตถุเป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ คือมนายตนะ อย่างต่ำก็ ๗ อย่างเช่นที่กล่าวใน (ตอน) อรูปภพเหมือนกัน แต่มันเป็นสหาย (คือร่วมกับ) มหาภูต ๔ เป็นปัจจัยแก่อายตนะ ๕ นอกนี้ มีจักขายตนะเป็นต้น โดยอาการ ๖ โดยเป็นสหชาตะ นิสสยะ วิปากะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย อนึ่งในปฏิสนธิกาลนี้ วิปากนาม เป็นปัจจัยโดยประการอื่นบ้าง ก็มีดังนี้คือ นามบางอย่างเป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัย บางอย่างเป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย ส่วนอย่างสูงและอย่างต่ำ พึงทราบโดยอํานาจแห่งเหตุปัจจัยเป็นต้นนั้น
นามเป็นปัจจัยแก่อัฏฐายตนะ แม้ในปวัตติกาล วิปากนามก็เป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ อันเป็นวิบากอย่างนั้น (คือ ๗ อย่าง) (ส่วน) อวิปากนาม เป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ ที่มิใช่วิบาก ๖ อย่าง
ความว่า แม้ในปวัตติกาลในปัญจโวการภพ วิปากนามก็เป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ ที่เป็นวิบาก อย่างต่ำก็ ๗ อย่างดังในปฏิสนธิกาลเช่นกัน ส่วนอวิปากนามเป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ ที่ไม่ใช่วิบาก อย่างต่ำ ๖ อย่างเท่านั้น โดยชักวิปากปัจจัยออกเสียจากปัจจัย ๗ นั้น ส่วนอย่างสูงและอย่างต่ำในปัจจัยตอนนี้ ก็พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วนั้นแล
นามเป็นปัจจัยแก่อายตนะที่เหลือ ในปวัตติกาลนั้นแหละวิปากนามเป็นปัจจัยแก่อายตนะ ๕ ที่เหลือ ๔ อย่าง แม้อวิปากนาม ท่านก็ประกาศไว้เหมือนอย่างนั้น