visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 939 | >>

ขยายความ

ความว่า ในปวัตติกาลนั้นนั่นแหละ วิปากนามที่เป็นวัตถุแห่งประสาทมีจักขุประสาทเป็นต้นก็ดี นอกนั้นก็ดี ย่อมเป็นปัจจัย ๔ อย่างแห่งอายตนะที่เหลือ ๕ มีจักขายตนะ เป็นต้น โดยเป็นปัจจชาตะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย ก็แล วิปากนามเป็นปัจจัยอย่างใด แม้อวิปากนาม ท่านก็ประกาศไว้ (ว่าเป็นปัจจัย) อย่างนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า นามแม้แตกต่างกันโดยเป็นกุศลเป็นต้น ก็เป็นปัจจัยแก่อายตนะ ๕ นั้น ๔ อย่าง

นามอย่างเดียวเป็นปัจจัยแก่อายตนะใด และเป็นปัจจัยด้วยประการใดๆ ในปฏิสนธิกาล หรือในปวัตติกาลก็ดี บัณฑิตพึงทราบโดยประการนั้น ดังกล่าวมาฉะนี้เป็นอันดับแรก

คาถาสังเขป

รูปนามเป็นปัจจัยแก่อายตนะในขันธรูป ส่วนรูปไม่เป็นปัจจัยแก่อายตนะ แม้อย่างเดียวในอรูปภพนั้น แต่ในปัญจขันธรูป ในปฏิสนธิทางรูป วัตถุรูป เป็นปัจจัยแก่อัฏฐายตนะ ๖ อย่าง ภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อายตนะ ๕ โดยไม่แปลกกัน ๔ อย่าง

ขยายความ

ความว่า ในปฏิสนธิทางรูป วัตถุรูปย่อมเป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ คือมนายตนะ ๖ อย่าง โดยเป็นสหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย ส่วนภูตรูป ๔ เป็นปัจจัย ๔ อย่างแก่อายตนะทั้ง ๕ มีจักขายตนะเป็นต้น สุดแต่อายตนะไหนจะเกิดขึ้นโดยเป็นสหชาตะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย ทั้งในปฏิสนธิกาลและในปวัตติกาลโดยไม่แปลกกัน

ชีวิตรูปและอาหารรูป เป็นปัจจัยแก่อายตนะ ๕ นั้น (ฝ่ายละ) ๓ อย่าง ในปวัตติกาล อายตนะ ๕ นั้นเล่า ก็เป็นปัจจัยแก่อัฏฐายตนะ ๖ อย่าง วัตถุรูปก็เป็นปัจจัยแก่อัฏฐายตนะนั้นเหมือนกัน ๕ อย่าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka