visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 940 | >>

ส่วนรูปชีวิตเป็นปัจจัย ๓ อย่าง โดยเป็นอัตถิ อวิคตะ และอินทรีย์ปัจจัยแก่อายตนะ ๕ นั้น มีจักขายตนะเป็นต้น ในปฏิสนธิกาลและในปวัตติกาลด้วย และอาหารก็เป็นปัจจัย ๓ อย่าง โดยเป็นอัตถิ อวิคตะ และอาหารปัจจัย แต่อาหารนั้น ย่อมเป็นปัจจัยแต่ในกายที่ซาบ (รส) อาหาร ได้ของสัตว์เหล่าที่อาศัยอาหารเป็นอยู่ในปวัตติกาลเท่านั้น หาเป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาลไม่ ส่วนอายตนะ ๕ มีจักขายตนะเป็นต้นนั้น เป็นปัจจัยแก่อัฏฐายตนะ คือมนายตนะ อันได้แก่ จักขุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กายวิญญาณ ๖ อย่าง โดยเป็นนิสสยะ ปุรชาตะ อินทรีย์ะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย ในปวัตติกาล ไม่เป็นในปฏิสนธิกาล อนึ่ง วัตถุรูป เป็นปัจจัยแก่มนายตนะนั้นและเว้นวิญญาณ ๕ คือมนายตนะที่เหลือ (ได้แก่โนวิญญาณ) ๕ อย่างโดยเป็น นิสสยะ ปุรชาตะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย เฉพาะในปวัตติกาล ไม่เป็นในปฏิสนธิกาล

รูปอย่างเดียวเป็นปัจจัยแก่อายตนะใดๆ ในปฏิสนธิกาลหรือในปวัตติกาลก็ดี และรูปนั้นเป็นปัจจัยโดยประการใด บัณฑิตพึงทราบโดยประการนั้น ดังกล่าวมาฉะนี้

คาถาสรุปปัจจัยของรูปนาม

ก็นามและรูปทั้งสองใดเป็นปัจจัยแก่อายตนะไร และเป็นโดยประการไร แม้นามและรูปนั้น ปราชญ์ก็พึงทราบโดยประการทั้งปวงเถิด

ข้อนี้เช่นอย่างไร ? เช่นว่า “(ชั้นแรกว่า) ในปฏิสนธิก่อน นามและรูปกล่าวคือ ขันธ์ ๓ และวัตถุรูป ย่อมเป็นปัจจัยโดยเป็นสหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ สัมปยุตตะ-วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัยเป็นต้น แก่ฉฬายตนะในปัญจโวการภพ” ดังนี้เป็นต้น นี่เป็นเพียงมุงขู (หนึ่ง) ในข้อนี้ แต่ปราชญ์อาจประกอบความได้ทุกอย่างพิสดารในข้อนี้แล

นี่เป็นกถาอย่างพิสดารในบทว่า นามรูปปจยา สฬายตนํ

สฬายตนะเป็นปัจจัยแก่ผัสสะ

[๖๔๒] โดยสังเขป ผัสสะก็มิ ๖ เท่านั้น มีจักขุสัมผัสเป็นต้น (แต่) โดยพิสดาร มีถึง ๓๒ ดุจวิญญาณ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka