visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 944 | >>

แต่ในเวทนาเหล่านั้น เวทนา ๓๒ ที่ประกอบกับวิปากจิตเท่านั้น ท่านกล่าวว่า เป็นเวทนาที่ประสงค์เอาในบทนี้

ปัจจยนัย

ในเวทนา (ที่ประสงค์เอา) เหล่านั้น ผัสสะเป็นปัจจัยแก่เวทนา ๔ ในปัญจทวาร ๘ อย่าง เป็นปัจจัยแก่เวทนาที่เหลืออย่างเดียว แม้ในมโนทวาร ก็เป็นอย่างเดียว

ขยายความ

ความว่า ในเวทนาเหล่านั้น ผัสสะมีจักขุสัมผัสเป็นต้นเป็นปัจจัย ๘ อย่าง โดยเป็นสหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ อาหาระ สัมปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย แก่เวทนา ๕ อันมีจักขุประสาทเป็นต้นเป็นวัตถุ (ที่ตั้ง) ในปัญจทวาร แต่มโนสัมผัสมีจักขุสัมผัสเป็นต้นนั้นเป็นปัจจัยอย่างเดียว โดยเป็นอุปนิสสยปัจจัยเท่านั้นแก่เวทนาที่เหลือคือเวทนาที่เป็นกามาวจรวิบากอันเป็นไปด้วยอํานาจสัมปฏิจฉนนจิต สันตีรณจิต และตทารัมมณจิตในทวารหนึ่งๆ

ข้อว่า “แม้ในมโนทวารมันก็เป็นอย่างนั้น” ความว่า แม้ในมโนทวาร ผัสสะกล่าวคือมโนสัมผัสที่เกิดร่วมกันนั้นก็เป็นปัจจัย ๘ อย่าง เช่นนั้นเหมือนกัน แก่เวทนาที่เป็นกามาวจรวิบากอันเป็นไปด้วยอํานาจตทารัมมณจิต และแม้แก่เวทนาไตภูมิกวิบากอันเป็นไปด้วยอํานาจปฏิสนธิจิตและภวังคจุติจิต ส่วนกามาวจรเวทนาทั้งหลายที่เป็นไปด้วยอํานาจตทารัมมณจิตในมโนทวารนั่นใด มโนสัมผัสอันสัมปยุตกับมโนทวารา-วัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่เวทนาเหล่านั้นแต่อย่างเดียว โดยเป็นอุปนิสสยปัจจัยเท่านั้น

นี่เป็นกถาอย่างพิสดารในบทว่า ผสฺสปจยา เวทนา

เวทนาเป็นปัจจัยแก่ตัณหา

[๖๔๔] ในบทว่า เวทนาปจยา ตณฺหา

ตัณหา ๖ โดยแยกเป็นรูปตัณหาเป็นต้น ทรงแสดงในบทนี้ ในตัณหาเหล่านั้น ตัณหาข้อหนึ่งๆ ทราบกันว่าเป็นอย่างละ ๓ ตามอาการที่เป็นไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka