visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 952 | >>

ขึ้น ส่วนกรรมพึงทราบว่าจัดเป็นภพโดยผลโวหาร (คือกล่าวเล็งถึงผล) เพราะกรรมนั้นเป็นเหตุแห่งภพ ดังความเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตรัสว่าเป็นสุข เพราะเป็นเหตุแห่งความสุขฉะนั้น

วินิจฉัยโดยอรรถในบทนี้ พึงทราบโดยประเภทที่กล่าวมาจะนี้ เป็นอันดับแรก

วินิจฉัยโดยธรรม

กรรมภพ

[๖๔๗] ส่วนวินิจฉัยโดยธรรม พึงทราบว่า อันดับแรก กรรมภพโดยสังเขป ก็ได้แก่ เจตนาและธรรมทั้งหลายที่นับเป็นกรรมมีอวิชชาเป็นต้น อันสัมปยุตกับเจตนานั้นเอง ดังพระบาลีว่า “ในภพ ๒ นั้น กรรมภพเป็นไฉน ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร เป็นปริยตฺตภู (คือภูมิภาคม) ก็ดี เป็นมหาภูมิ (คือ ภูมิแห่งคคะ) ก็ดี นี้เรียกว่า กรรมภพ อนึ่ง กรรมที่เป็นภวกามี (ยังสัตว์ให้ไปสู่ภพ) ทั้งปวง ก็เรียกว่า กรรมภพ”

ก็แล ในกรรมภพนี้ เจตนา ๑๗ ดวง ชื่อว่าปุญญาภิสังขาร เจตนา ๑๒ ดวง ชื่อว่าอปุญญาภิสังขาร เจตนา ๔ ดวง ชื่อว่าอเนญชาภิสังขาร โดยประการดังนี้ ความที่เจตนาเหล่านั้นแหละมีวิบากน้อยและมาก เป็นอันกล่าวด้วยคำว่า “เป็นปริยตฺตภูมิก็ดี เป็นมหาภูมิก็ดี” นั้น ส่วนธรรมทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้นที่สัมปยุตกับเจตนา เป็นอันกล่าวด้วยคำว่า “อนึ่ง กรรมที่เป็นภวกามีทั้งปวง” นี้

อุปปัตติภพ

ส่วนอุปปัตติภพโดยสังเขปก็ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เกิดเพราะกรรมโดยเฉพาะ (ว่า) โดยประเภทมี ๙ อย่าง ดังพระบาลีว่า “ในภพ ๒ นั้น อุปปัตติภพเป็นไฉน กามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญาภพ อสัญญาภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ ปัญจโวการภพ นี้เรียกว่า อุปปัตติภพ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka