visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 953 | >>

ในภพเหล่านั้น ภพที่นับว่ากาม ชื่อว่ากามภพ (ความหมาย) ในรูปภพและอรูปภพ ก็นัยนี้ (คือว่า รูปภพ ก็แปลว่า ภพที่นับว่ารูป อรูปภพ แปลว่า ภพที่นับว่าอรูป)

ภพของสัตว์ทั้งหลายผู้มีสัญญา ชื่อว่าสัญญาภพ นัยหนึ่ง สัญญามีอยู่ในภพนั้น เหตุนั้น ภพนั้นจึงชื่อว่าสัญญาภพ (แปลว่า ภพที่มีสัญญา) อสัญญาภพ พึงทราบโดยนัยตรงกันข้าม

ธรรมชาติที่เป็นเนวสัญญานาสัญญา (มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่) เพราะไม่มีสัญญาหยาบและเพราะมีแต่สัญญาละเอียด มีอยู่ในภพนั้น เหตุนั้น ภพนั้นจึงชื่อว่า เนวสัญญานาสัญญาภพ

ภพที่เต็มไปด้วยรูปขันธ์อย่างเดียว ชื่อว่าเอกโวการภพ นัยหนึ่ง โวการะ (คือขันธ์) ของภพนั้นมีอยู่อย่างเดียว เหตุนั้น ภพนั้น จึงชื่อว่าเอกโวการภพ (แปลว่าภพมีขันธ์เดียว) (ความหมาย) ในจตุโวการภพและปัญจโวการภพก็นัยนี้ (คือจตุโวการภพ ก็แปลว่า ภพมีขันธ์ ๔ ปัญจโวการภพ แปลว่า ภพมีขันธ์ ๕)

ในภพเหล่านั้น กามภพ ได้แก่ อปายิกนิบัตติ (ชั้นธรรมีใจครอง) ๔ รูปภพก็อย่างนั้น อรูปภพได้แก่ อุปาทินนขันธ์ ๔ สัญญาภพได้แก่อุปาทินนขันธ์ ๕ อสัญญาภพ ได้แก่ อุปาทินนขันธ์ ๑ เนวสัญญานาสัญญาภพ ได้แก่ อุปาทินนขันธ์ ๔ ภพ ๓ มีเอกโวการภพเป็นต้น ก็ได้แก่ขันธ์ ๑ ขันธ์ ๔ และขันธ์ ๕ โดยเป็นอุปาทินนขันธ์

วินิจฉัยโดยธรรมในบทนี้ พึงทราบโดยนัยดังกล่าวมาจะนี้ประการ ๑

วินิจฉัยโดยสาตถะ

[๖๔๘] ข้อว่า “โดยสาตถะ” มีวินิจฉัยว่า ก็แล อภิสิสังขารทั้งหลายมีปุญญาภิสังขารเป็นต้นนั้นแหละ แม้กล่าวมาแล้วในตอนแก้สังขารดังที่กล่าวในตอนแก้ภพนี้ เหมือนกันก็จริง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka