visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 969 | >>
๑ โดยกิจ ๑ โดยเป็นเครื่องกั้น ๑ โดยอุปมาทั้งหลาย ๑ โดยต่างความลึก ๑ โดยต่างนัย ๑ (อีก) ตามควร

ขยายความ

โดยว่าองค์ไหนเกิดแก่สิ่งจะไหน

ในข้อเหล่านั้น เพราะเหตุที่กรรมทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล ท่านกล่าวไว้ในสัจจวินังคังค์ว่า เป็นสมุยสัจ โดยไม่แปลกกัน ในธรรมทั้งหลาย ในบทว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เป็นต้น สังขารอันมีเพราะอวิชชา จึงเป็นทุกขยสัจเกิดแก่ทุกขยสัจ (ด้วยกัน) วิญญาณอันมีเพราะสังขารเป็นปฐมสัจเกิดแก่ทุกขยสัจ องค์มีนามรูปเป็นต้นมีเวทนาที่เป็นวิบากเป็นที่สุด อันมีเพราะวิญญาณเป็นต้นเป็นปฐมสัจ เกิดแต่ปฐมสัจ (ด้วยกัน) ตัณหาอันมีเพราะเวทนาเป็นทุกขยสัจ เกิดแต่ปฐมสัจ อุปาทานอันมีเพราะตัณหาเป็นทุกขยสัจ เกิดแต่ทุกขยสัจ (ด้วยกัน) ภพอันมีเพราะอุปาทานเป็นปฐมสัจและทุกขยสัจทั้งสองเกิดแต่ทุกขยสัจ ชาติอันมีเพราะภพเป็นปฐมสัจ เกิดแต่ทุกขยสัจ ชรามรณะอันมีเพราะชาติเป็นปฐมสัจ เกิดแต่ปฐมสัจ (ด้วยกัน)

ภวจักรนี้ บัณฑิตพึงทราบโดย (ว่าองค์ไหน) เกิดแก่สิ่งจะ (ไหน) ตามควร โดยนัยดังกล่าวมาจะนี้ เป็นอันดับแรก

โดยกิจ

[๖๕๖] อีกข้อหนึ่ง เหตุใดในองค์เหล่านี้ อวิชชาย่อมยังสัตว์ทั้งหลายให้ลุ่มหลงในวัตถุ (คือ อารมณ์) ทั้งหลายและเป็นปัจจัยเพื่อความปรากฏขึ้นแห่งสังขารทั้งหลายด้วย นัยเดียวกันนั้น สังขารก็ปรุงแต่งสังขตธรรมและเป็นปัจจัยแก่วิญญาณด้วย ฝ่ายวิญญาณก็รับรู้วัตถุ (คือ อารมณ์)และเป็นปัจจัยแก่นามรูปด้วย ข้างนามรูปก็ก้าวคาบกันและกันและเป็นปัจจัยแก่สฬายตนะด้วย สฬายตนะเล่าก็เป็นไปในวิสัยของตน ๆ มีรูปเป็นต้น)และเป็นปัจจัยแก่ผัสสะด้วย ผัสสะเล่าก็สัมผัสอารมณ์และเป็นปัจจัยแก่เวทนาด้วย เวทนาเล่าก็เสวยรสอารมณ์และเป็นปัจจัยแก่ตัณหาด้วย ตัณหาเล่า

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka